DiPilot คืออะไร รู้จักระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะของ BYD และ DENZA

/
/
DiPilot คืออะไร รู้จักระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะของ BYD และ DENZA
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

หมวดหมู่

DiPilot คือชื่อที่ BYD ใช้เรียกกลุ่มระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ซึ่งทำงานร่วมกันระหว่างกล้อง เรดาร์ เซ็นเซอร์ หน่วยประมวลผล และระบบควบคุมรถ เพื่อช่วยเตือนอันตราย รักษาระยะห่าง ประคองรถในช่องทาง และช่วยเบรกในสถานการณ์ที่ระบบรองรับ

แม้ระบบจะช่วยลดภาระและเพิ่มความสะดวกในการขับขี่ แต่ DiPilot ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ผู้ขับยังต้องมองถนน จับพวงมาลัยตามข้อกำหนด และพร้อมเข้าควบคุมรถตลอดเวลา

ฟังก์ชันของ DiPilot แตกต่างกันตามรุ่นรถ รุ่นย่อย ประเทศ ฮาร์ดแวร์ และเวอร์ชันซอฟต์แวร์ จึงไม่ควรนำข้อมูลของรถที่จำหน่ายในประเทศหนึ่งมาใช้ยืนยันคุณสมบัติของรถอีกประเทศโดยไม่ตรวจสอบสเปกอย่างเป็นทางการ

หัวข้อ

DiPilot อยู่ตรงไหนในระบบเทคโนโลยี DENZA?

หน้านี้เป็นบทความรายละเอียดเฉพาะเรื่องระบบช่วยขับ หากต้องการดูภาพรวมแบตเตอรี่ แพลตฟอร์ม ระบบขับเคลื่อน ช่วงล่าง และเทคโนโลยีอื่นของแบรนด์ ควรเริ่มจาก เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า DENZA ส่วนรายละเอียดโครงสร้างรถไฟฟ้าสามารถอ่านต่อที่ BYD e-Platform 3.0

หน้า/ระบบหน้าที่หลักควรอ่านเมื่อ
เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า DENZATechnology Hub รวมภาพใหญ่ของแบตเตอรี่ แพลตฟอร์ม มอเตอร์ ช่วงล่าง ระบบช่วยขับ และห้องโดยสารต้องการเข้าใจเทคโนโลยีของ DENZA โดยรวม
BYD e-Platform 3.0อธิบายสถาปัตยกรรมรถไฟฟ้า โครงสร้าง แบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อน และการจัดการความร้อนต้องการเจาะลึกพื้นฐานทางวิศวกรรมของรถ EV
DiPilotระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ใช้ข้อมูลจากกล้อง เรดาร์ เซ็นเซอร์ และซอฟต์แวร์ต้องการเข้าใจฟังก์ชัน ADAS ข้อจำกัด และวิธีใช้อย่างปลอดภัย
DiPilot คืออะไร? ระบบขับขี่อัจฉริยะที่ยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบาย

DiPilot กับ ADAS ต่างกันอย่างไร

ADAS ย่อมาจาก Advanced Driver Assistance Systems เป็นคำเรียกรวมของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงในอุตสาหกรรมรถยนต์

ส่วน DiPilot เป็นชื่อทางการค้าที่ BYD ใช้กับชุดระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ของบริษัท และเป็นหนึ่งในหัวข้อย่อยของภาพรวม เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า DENZA

อธิบายอย่างง่ายได้ว่า

  • ADAS คือประเภทของเทคโนโลยี
  • DiPilot คือชื่อระบบ ADAS ของ BYD
  • รถที่มี DiPilot แต่ละรุ่นอาจมีฟังก์ชันไม่เท่ากัน
  • ฟังก์ชันบางอย่างอาจใช้ชื่อแตกต่างกันในแต่ละตลาด

การเห็นคำว่า DiPilot จึงไม่ได้หมายความว่ารถทุกคันจะมีเซ็นเซอร์หรือความสามารถครบเหมือนกันทั้งหมด

DiPilot ทำงานอย่างไร

ระบบใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์หลายประเภทเพื่อประเมินสภาพแวดล้อมรอบรถ

อุปกรณ์ที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่

  • กล้องตรวจจับด้านหน้า
  • กล้องรอบคัน
  • เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร
  • เซ็นเซอร์อัลตราโซนิก
  • เซ็นเซอร์ตรวจจับตำแหน่งรถ
  • หน่วยประมวลผล
  • ระบบควบคุมพวงมาลัย
  • ระบบควบคุมคันเร่ง
  • ระบบควบคุมเบรก
  • LiDAR ในระบบระดับสูงบางรุ่นและบางตลาด

ซอฟต์แวร์จะประมวลผลข้อมูลเพื่อระบุรถคันหน้า เส้นแบ่งช่องทาง คนเดินถนน สิ่งกีดขวาง หรือรถที่เคลื่อนเข้ามาใกล้

เมื่อระบบตรวจพบความเสี่ยง อาจแจ้งเตือนผู้ขับหรือช่วยควบคุมรถตามขอบเขตที่ตั้งไว้

ฟังก์ชันที่อาจอยู่ในระบบ DiPilot

รายการต่อไปนี้เป็นตัวอย่างฟังก์ชันที่อาจพบในรถที่ใช้ระบบ DiPilot แต่ไม่ได้หมายความว่ารถทุกคันจะมีครบทั้งหมด

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน

Adaptive Cruise Control หรือ ACC ช่วยรักษาความเร็วตามที่ผู้ขับตั้งไว้ และปรับความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า

ผู้ขับยังต้องเฝ้าดูถนน เพราะระบบอาจตรวจจับรถที่ตัดเข้าช่องทาง รถหยุดนิ่ง หรือวัตถุบางประเภทได้ไม่สมบูรณ์ในทุกสถานการณ์

ระบบควบคุมความเร็วและประคองรถในช่องทาง

ระบบประเภท Intelligent Cruise Control อาจทำงานร่วมกันระหว่างการรักษาความเร็ว การรักษาระยะห่าง และการช่วยประคองพวงมาลัย

ระบบไม่ได้หมายความว่าผู้ขับสามารถละสายตาจากถนนหรือปล่อยมือเป็นเวลานานได้

ระบบเตือนการชนด้านหน้า

Forward Collision Warning ช่วยตรวจจับความเสี่ยงต่อการชนกับรถหรือวัตถุด้านหน้า และแจ้งเตือนผู้ขับให้ตอบสนอง

การเตือนอาจไม่เกิดขึ้นทันเวลาหรืออาจไม่ตรวจพบวัตถุบางประเภท จึงไม่ควรใช้แทนการรักษาระยะห่าง

ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

Automatic Emergency Braking อาจช่วยใช้แรงเบรกเมื่อระบบประเมินว่ามีความเสี่ยงต่อการชนและผู้ขับยังตอบสนองไม่เพียงพอ

ระบบมีเป้าหมายเพื่อลดความรุนแรงหรือช่วยหลีกเลี่ยงการชนในบางกรณี แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะหยุดรถได้ทุกสถานการณ์

ระบบเตือนรถออกนอกช่องทาง

Lane Departure Warning ช่วยแจ้งเตือนเมื่อรถมีแนวโน้มออกจากช่องทางโดยไม่ได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว

ประสิทธิภาพอาจลดลงเมื่อเส้นถนนไม่ชัด ถนนเปียก มีเงา แสงสะท้อน หรือกล้องถูกบดบัง

ระบบช่วยควบคุมรถกลับเข้าช่องทาง

Lane Keeping Assist หรือ Emergency Lane Keeping Assist อาจช่วยส่งแรงควบคุมพวงมาลัยเพื่อประคองหรือพารถกลับเข้าช่องทาง

ผู้ขับต้องควบคุมพวงมาลัยเสมอและไม่ควรออกแรงต้านระบบโดยไม่จำเป็น

ระบบตรวจจับรถในจุดอับสายตา

Blind Spot Detection ใช้เซ็นเซอร์ช่วยแจ้งเตือนว่ามีรถอยู่บริเวณด้านข้างหรือด้านหลังที่อาจมองเห็นได้ยากจากกระจก

ระบบนี้เป็นเพียงตัวช่วย ผู้ขับยังต้องตรวจกระจกและหันมองก่อนเปลี่ยนช่องทาง

ระบบเตือนรถตัดผ่านด้านหลัง

Rear Cross Traffic Alert ช่วยตรวจจับรถที่เคลื่อนผ่านด้านหลังขณะถอยออกจากพื้นที่จอด

รถที่เคลื่อนเร็ว สิ่งกีดขวางขนาดเล็ก หรือมุมอับบางประเภทอาจอยู่นอกขอบเขตตรวจจับ

ระบบช่วยจอดรถ

รถบางรุ่นอาจมีระบบช่วยแสดงภาพรอบคัน เตือนระยะ ควบคุมพวงมาลัย หรือช่วยจอดตามความสามารถของอุปกรณ์

ผู้ขับต้องตรวจพื้นที่รอบรถ เพราะกล้องอาจมีจุดอับหรือแสดงระยะคลาดเคลื่อนจากเลนส์

ระบบอ่านป้ายจราจร

Traffic Sign Recognition ใช้กล้องช่วยอ่านป้ายจำกัดความเร็วหรือป้ายบางประเภท

ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อนเมื่อป้ายชำรุด ถูกบดบัง มีป้ายชั่วคราว หรือรูปแบบป้ายไม่อยู่ในฐานข้อมูลของระบบ

DiPilot มีกี่ระดับ

ชื่อระดับของ DiPilot มีการเปลี่ยนแปลงและขยายตามตลาดและช่วงเวลา ในประเทศจีน BYD ได้ใช้ชื่อ DiPilot 100, DiPilot 300 และ DiPilot 600 กับระบบช่วยขับขี่คนละระดับ

โดยภาพรวม ระบบระดับต่างๆ แตกต่างกันในด้าน

  • จำนวนและชนิดของกล้อง
  • จำนวนเรดาร์
  • การติดตั้ง LiDAR
  • กำลังประมวลผล
  • ความสามารถในการช่วยขับบนทางหลวง
  • ความสามารถในการช่วยขับในเมือง
  • ระบบช่วยจอด
  • การรองรับแผนที่และระบบนำทาง

ตัวเลขที่สูงกว่าไม่ได้ควรถูกตีความว่าเป็นระดับการขับขี่อัตโนมัติตามมาตรฐานสากลโดยตรง และไม่ได้หมายความว่าผู้ขับสามารถเลิกควบคุมรถได้

ฟังก์ชันในประเทศจีนอาจไม่เปิดให้ใช้งานในประเทศไทย เนื่องจากข้อกำหนด กฎหมาย แผนที่ ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์แตกต่างกัน

DiPilot กับ God’s Eye เหมือนกันหรือไม่

God’s Eye เป็นชื่อทางการตลาดที่ BYD ใช้กับระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะรุ่นใหม่ในประเทศจีน โดยมีชื่อ DiPilot กำกับระบบแต่ละระดับ

การใช้ชื่อทั้งสองอาจทำให้เกิดความสับสน เพราะรถที่ใช้คำว่า DiPilot ก่อนหน้านั้นไม่จำเป็นต้องมีฮาร์ดแวร์หรือความสามารถเท่ากับระบบ God’s Eye รุ่นใหม่

ก่อนซื้อรถจึงควรตรวจว่า

  • รถผลิตปีใด
  • จำหน่ายในประเทศใด
  • เป็นรุ่นย่อยใด
  • มีเซ็นเซอร์อะไรบ้าง
  • เปิดใช้ฟังก์ชันใดแล้ว
  • ต้องอาศัยบริการออนไลน์หรือไม่
  • ฟังก์ชันสามารถอัปเดตภายหลังได้หรือไม่

ไม่ควรตัดสินจากชื่อระบบเพียงอย่างเดียว

รถรุ่นใดรองรับ DiPilot

ระบบ DiPilot ถูกใช้ในรถ BYD และ DENZA หลายรุ่นทั่วโลก แต่ระดับความสามารถแตกต่างกันตามตลาด

สำหรับ DENZA ข้อมูลสเปกในประเทศจีนแสดงให้เห็นว่ารถบางรุ่นและบางปีอาจใช้ชื่อ DiPilot 100 หรือ DiPilot 300 แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำมาเทียบกับรถสเปกไทยโดยตรง ผู้สนใจรถที่จำหน่ายในประเทศไทยควรตรวจสอบจาก รีวิวและข้อมูล DENZA D9 โบรชัวร์ และรถคันจริง

อย่างไรก็ตาม รถ DENZA D9 ที่จำหน่ายในประเทศไทยอาจมีรายการอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ต่างจากประเทศจีน ผู้ซื้อควรตรวจสอบจาก

  • เอกสารสเปกประเทศไทย
  • คู่มือประจำรถ
  • หน้าจอตั้งค่าของรถคันจริง
  • เลขตัวถังและปีผลิต
  • ข้อมูลจาก DENZA Thailand
  • เจ้าหน้าที่ผลิตภัณฑ์หรือศูนย์บริการ

ไม่ควรนำฟังก์ชันจากคลิปหรือรีวิวรถสเปกจีนมาสรุปว่ารถสเปกไทยรองรับโดยอัตโนมัติ

วิธีตรวจสอบว่ารถมีฟังก์ชันใดบ้าง

ตรวจเอกสารสเปกของรุ่นย่อย

รถชื่อรุ่นเดียวกันอาจแบ่งเป็นหลายรุ่นย่อย โดยมีจำนวนเซ็นเซอร์และฟังก์ชันต่างกัน

ตรวจเมนูช่วยขับขี่ในหน้าจอ

ระบบที่เปิดใช้งานจริงมักมีเมนูตั้งค่า แต่เมนูบางรายการอาจปรากฏเฉพาะเมื่อรถอยู่ในสถานะที่เหมาะสม

อ่านคู่มือประจำรถ

คู่มือจะอธิบายเงื่อนไข ความเร็วที่รองรับ ข้อจำกัด และความหมายของสัญลักษณ์เตือน

ทดลองกับผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ปลอดภัย

ควรให้เจ้าหน้าที่อธิบายและสาธิตก่อนใช้งาน ไม่ควรทดลองระบบเป็นครั้งแรกในถนนที่มีการจราจรหนาแน่น

ตรวจเวอร์ชันซอฟต์แวร์

การอัปเดตอาจเปลี่ยนการทำงานหรือเพิ่มการตั้งค่าบางอย่าง แต่ไม่สามารถเพิ่มความสามารถที่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ซึ่งรถไม่มีได้เสมอไป

วิธีใช้ DiPilot อย่างปลอดภัย

ตั้งค่าระยะห่างให้เหมาะสม

ควรใช้ระยะห่างมากขึ้นเมื่อถนนเปียก ทัศนวิสัยไม่ดี หรือการจราจรเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

เปิดใช้เมื่อสภาพถนนเหมาะสม

ระบบรักษาช่องทางทำงานได้ดีขึ้นเมื่อเส้นถนนชัด สภาพอากาศดี และกล้องมองเห็นเส้นทางได้ครบ

มองถนนตลอดเวลา

ไม่ควรใช้โทรศัพท์ อ่านข้อความ หรือทำกิจกรรมที่ทำให้ละสายตาจากถนน แม้ระบบกำลังควบคุมความเร็วและพวงมาลัยอยู่

พร้อมเบรกและควบคุมพวงมาลัย

ผู้ขับควรวางเท้าและมือในตำแหน่งที่สามารถเข้าควบคุมรถได้ทันที

ไม่ทดสอบขีดจำกัดของระบบ

ไม่ควรขับเข้าหาสิ่งกีดขวางเพื่อดูว่าระบบจะเบรกหรือไม่ เพราะระบบอาจตรวจไม่พบหรือตอบสนองไม่ทัน

ทำความสะอาดกล้องและเซ็นเซอร์

ฝุ่น โคลน น้ำแข็ง สติกเกอร์ หรือฟิล์มที่ปิดตำแหน่งเซ็นเซอร์อาจลดประสิทธิภาพของระบบ

ข้อจำกัดของ DiPilot

ระบบช่วยขับขี่อาจทำงานได้ลดลงในสถานการณ์ต่อไปนี้

  • ฝนตกหนัก
  • หมอกหนา
  • แสงแดดส่องเข้ากล้องโดยตรง
  • การขับในเวลากลางคืนที่แสงน้อย
  • เส้นแบ่งช่องทางซีดหรือไม่มีเส้น
  • ถนนก่อสร้าง
  • ช่องทางที่แคบหรือเปลี่ยนแนวกะทันหัน
  • รถคันอื่นตัดเข้ามาใกล้
  • วัตถุที่มีรูปร่างผิดปกติ
  • เซ็นเซอร์สกปรกหรือเสียหาย
  • กล้องถูกเปลี่ยนโดยไม่ได้ปรับเทียบ
  • ยางหรือขนาดล้อไม่ตรงข้อกำหนด
  • ระบบมีข้อความเตือน
  • แผนที่หรือข้อมูลออนไลน์ไม่พร้อมใช้งาน

ผู้ขับไม่ควรคาดหวังให้ระบบตัดสินใจได้เหมือนมนุษย์ในทุกสถานการณ์

ต้องปรับเทียบระบบหลังซ่อมรถหรือไม่

กล้องและเรดาร์ต้องติดตั้งในตำแหน่งและมุมที่แม่นยำ การซ่อมบางประเภทอาจทำให้ต้องตรวจหรือปรับเทียบใหม่ เช่น

  • เปลี่ยนกระจกบังลมหน้า
  • ซ่อมด้านหน้ารถ
  • เปลี่ยนกันชน
  • ถอดหรือติดตั้งเรดาร์
  • รถเกิดการชน
  • ปรับช่วงล่าง
  • เปลี่ยนความสูงรถ
  • ระบบแจ้งเตือนเซ็นเซอร์
  • พวงมาลัยหรือรถวิ่งไม่ตรง

ควรให้ศูนย์บริการหรือสถานที่ที่มีอุปกรณ์และข้อมูลของรถรุ่นนั้นดำเนินการ

DiPilot เป็นระบบขับขี่อัตโนมัติหรือไม่

DiPilot เป็นระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ไม่ใช่การอนุญาตให้ผู้ขับหยุดดูถนนหรือยกหน้าที่ควบคุมรถให้ระบบทั้งหมด

แม้ระบบจะสามารถควบคุมความเร็ว เบรก และพวงมาลัยบางส่วน ผู้ขับยังเป็นผู้รับผิดชอบต่อการขับขี่

คำว่าอัจฉริยะ กึ่งอัตโนมัติ หรือช่วยขับ ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นรถไร้คนขับ

คำเตือนสำคัญด้านความปลอดภัย

  • อย่าปล่อยมือจากพวงมาลัยนานเกินข้อกำหนด
  • อย่าละสายตาจากถนน
  • อย่าใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
  • อย่าทดสอบระบบเบรกฉุกเฉินด้วยตนเอง
  • อย่าใช้ระบบเมื่อเซ็นเซอร์ถูกบดบัง
  • ลดความเร็วเมื่อสภาพอากาศไม่ดี
  • ปิดระบบเมื่อการทำงานไม่เหมาะกับสภาพถนน
  • อ่านคู่มือของรถคันจริง
  • ตรวจสอบอุปกรณ์หลังเกิดอุบัติเหตุ
  • ให้ศูนย์บริการตรวจเมื่อมีข้อความเตือน

ระบบช่วยขับขี่มีไว้สนับสนุนผู้ขับ ไม่ได้แทนที่การตัดสินใจและความระมัดระวัง

สรุประบบ DiPilot คืออะไร

DiPilot คือกลุ่มระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ของ BYD ซึ่งใช้ข้อมูลจากกล้อง เรดาร์ เซ็นเซอร์ และซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยรักษาระยะห่าง ประคองรถในช่องทาง เตือนการชน ช่วยเบรก และช่วยจอดในรถที่รองรับ

ความสามารถของระบบแตกต่างกันตามรุ่น รุ่นย่อย ประเทศ ปีผลิต และซอฟต์แวร์ ผู้ซื้อจึงควรตรวจข้อมูลของรถคันจริง ไม่ควรอ้างอิงเฉพาะชื่อระบบหรือข้อมูลจากตลาดต่างประเทศ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ DiPilot ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ผู้ขับต้องมองถนน ควบคุมรถ และพร้อมเข้าควบคุมพวงมาลัยหรือเบรกตลอดเวลา

เมื่ออ่านหน้านี้จบแล้ว สามารถกลับไปดูภาพรวมที่ Technology Hub ของ DENZA หรืออ่านรายละเอียดสถาปัตยกรรมรถไฟฟ้าที่ BYD e-Platform 3.0 เพื่อเข้าใจว่าระบบช่วยขับทำงานร่วมกับโครงสร้างรถ ระบบเบรก พวงมาลัย และระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างไร


คำถามที่พบบ่อย

DiPilot คืออะไร?

DiPilot คือชื่อกลุ่มระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ของ BYD ใช้กล้อง เรดาร์ เซ็นเซอร์ และซอฟต์แวร์เพื่อช่วยเตือนอันตรายและควบคุมรถบางส่วน

DiPilot ขับรถเองได้หรือไม่?

ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ผู้ขับต้องมองถนนและพร้อมเข้าควบคุมรถเสมอ

DiPilot มีใน DENZA D9 หรือไม่?

DENZA D9 ในบางตลาดและบางรุ่นย่อยมีระบบ DiPilot แต่ฟังก์ชันของรถสเปกไทยต้องตรวจจากเอกสารอย่างเป็นทางการและรถคันจริง

DiPilot 100 กับ DiPilot 300 ต่างกันอย่างไร?

โดยภาพรวมต่างกันด้านฮาร์ดแวร์ กำลังประมวลผล เซ็นเซอร์ และความสามารถ แต่รายละเอียดขึ้นอยู่กับรถและตลาด ไม่ควรเปรียบเทียบจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว

ใช้ DiPilot แล้วปล่อยมือได้หรือไม่?

ควรจับพวงมาลัยและปฏิบัติตามคำเตือนของรถ ระบบไม่ได้ออกแบบให้ผู้ขับละความรับผิดชอบในการควบคุมรถ

AEB หยุดรถได้ทุกครั้งหรือไม่?

ไม่ได้ ระบบอาจลดความรุนแรงหรือหลีกเลี่ยงการชนในบางสถานการณ์ แต่มีข้อจำกัดด้านความเร็ว สภาพถนน วัตถุ และการตรวจจับ

ฝนตกหนักใช้ DiPilot ได้หรือไม่?

ประสิทธิภาพอาจลดลงจากทัศนวิสัยและเซ็นเซอร์ที่ถูกบดบัง ผู้ขับควรลดความเร็ว เพิ่มระยะห่าง และควบคุมรถด้วยตนเองเมื่อระบบทำงานไม่เหมาะสม


แหล่งอ้างอิง

ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ

อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า Denza รถยนต์ไฟฟ้าหรูที่ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและสมรรถนะขั้นสุด ติดต่อ Denza BD Ultimate ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาและบริการครบวงจร

Denza BD Ultimate

Denza BD Ultimate

ทีมผู้เขียนและตรวจสอบข้อมูล

ป้ายกำกับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

DENZA Z9GT วิ่งได้กี่กิโลเมตร? แบตเตอรี่และระยะทางต้องดูอะไร...

DENZA Z9GT เป็นรถไฟฟ้าสไตล์ Gran Turis...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

สเปก DENZA Z9GT เจาะมอเตอร์ แบตเตอรี่ ขนาดตัวรถ และสมรรถนะ

DENZA Z9GT เป็นรถพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

DENZA Z9GT ราคาเท่าไร? เช็กราคา รุ่น และสิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้...

DENZA Z9GT รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมสไตล์ Sh...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

DENZA Z9GT เหมาะกับใคร? วิเคราะห์การใช้งานก่อนตัดสินใจซื้อ

DENZA Z9GT เป็นรถพลังงานใหม่ระดับพรีเม...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

DENZA Z9GT กับ DENZA D9 ต่างกันอย่างไร? เลือกรุ่นไหนเหมาะกว่...

DENZA Z9GT และ DENZA D9 เป็นรถระดับพรี...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

DENZA Z9GT ภายในเป็นอย่างไร? ห้องโดยสาร เบาะ และเทคโนโลยี

DENZA Z9GT ไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นเพียงร...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

เทคโนโลยี e³ ใน DENZA Z9GT คืออะไร? จุดเด่นของระบบขับเคลื่อน...

e³ Platform เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญท...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

DENZA Z9GT ชาร์จกี่นาที? ระบบชาร์จและ Flash Charging ทำงานอย...

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ DENZA Z9GT รุ่น...