Denza D9 ยนตรกรรมไฟฟ้าระดับหรูแบบ 7 ที่นั่ง ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยแนวคิดแห่งอนาคต ผสานดีไซน์อันล้ำสมัย สมรรถนะอันทรงพลัง และความสะดวกสบายเหนือระดับ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ไร้ขีดจำกัด
DENZA D9 คือรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่ผสานพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง ความสะดวกสบายระดับ Executive Lounge และสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าไว้ในคันเดียว เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้งานจริง ผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย รวมถึงผู้ที่กำลังมองหารถ MPV ไฟฟ้าสำหรับการเดินทางระยะไกล
รถพัฒนาบน e-Platform 3.0 พร้อมแบตเตอรี่ BYD Blade Battery ความจุ 103.36 kWh รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 166 kW และมีให้เลือกสองรุ่น ได้แก่ DENZA D9 Premium ขับเคลื่อนล้อหน้า และ DENZA D9 Performance AWD ขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา




สัมผัสทัศนียภาพกว้างไกลเหนือระดับกับ หลังคาซันรูฟและกระจกพาโนรามิก ที่ออกแบบให้เปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้าควบคุมอัตโนมัติ
มาพร้อมฉนวนกันเสียงและกันความร้อนประสิทธิภาพสูง ป้องกันแสงแดด แสงสะท้อน และรังสียูวีได้มากถึง 99% มอบบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่เงียบสงบและเย็นสบายตลอดการเดินทาง
เติมเต็มความสะดวกสบายด้วยตู้เย็นภายในรถยนต์ขนาด 6.8 ลิตร พร้อมฟังก์ชันทำความเย็นและทำความร้อนในช่วงอุณหภูมิ –6°C ถึง 50°C
สามารถบรรจุน้ำดื่มขนาด 350 มิลลิลิตรได้ถึง 8 ขวด มาพร้อมระบบฆ่าเชื้ออัตโนมัติ การตรวจจับวัตถุภายใน และระบบแจ้งเตือนเมื่อดับเครื่องยนต์ เพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยที่เหนือระดับ

ดื่มด่ำกับความผ่อนคลายขั้นสุดด้วยเบาะผู้โดยสารแถวที่สองแบบ Zero Sense Ergonomic Chair ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ปรับเอนได้อัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชันปรับไฟฟ้า ที่รองน่อง และโต๊ะอเนกประสงค์ดีไซน์เรียบหรู มอบความสบายและความสะดวกในทุกอิริยาบถ เพื่อประสบการณ์การเดินทางระดับเอ็กซ์คลูซีฟ
เพียงกดปุ่มบนรีโมท รถก็พร้อมต้อนรับคุณ
ปลดล็อกได้ทันใจ แค่แตะการ์ดที่กระจกข้าง
Keyless Entry
ควบคุมรถง่ายๆ ในมือถือ ผ่าน Super App
รายละเอียดขนาดตัวรถ สมรรถนะ ระบบแบตเตอรี่ อุปกรณ์ความปลอดภัย และเทคโนโลยีสำคัญของ DENZA D9
DENZA D9 เป็นรถ MPV ไฟฟ้าขนาดใหญ่แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง จัดวางเบาะแบบ 2-2-3 ให้พื้นที่โดยสารกว้างขวาง เหมาะสำหรับครอบครัวและการเดินทางแบบผู้บริหาร
ตัวรถมีความยาว 5,250 มม. ความกว้าง 1,960 มม. ความสูง 1,920 มม. และระยะฐานล้อ 3,110 มม. พร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.95 เมตร
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีขนาด 410 ลิตร และสามารถขยายได้สูงสุดประมาณ 2,310 ลิตรเมื่อปรับพับเบาะแถวหลัง
รุ่น Premium มีน้ำหนักรถเปล่าประมาณ 2,764 กก. ส่วนรุ่น Performance AWD มีน้ำหนักประมาณ 2,865 กก.
DENZA D9 Premium ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 230 kW หรือประมาณ 313 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 360 Nm
สามารถเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ได้ใน 9.5 วินาที และวิ่งได้ไกลสูงสุด 600 กม. ตามมาตรฐาน NEDC
DENZA D9 Performance AWD ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลังรวมสูงสุด 275 kW หรือประมาณ 374 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 470 Nm
สามารถเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ได้ใน 6.9 วินาที และวิ่งได้ไกลสูงสุด 580 กม. ตามมาตรฐาน NEDC
รุ่น Premium ใช้ระบบกันสะเทือน FSD ส่วนรุ่น Performance AWD มาพร้อมระบบกันสะเทือนอัจฉริยะ DiSus-C
DENZA D9 ทั้งสองรุ่นใช้ BYD Blade Battery ความจุ 103.36 kWh
รองรับการชาร์จไฟ AC ผ่านหัวชาร์จ Type 2 สูงสุด 11 kW สำหรับระบบไฟ 3 เฟส และสูงสุด 7 kW สำหรับระบบไฟ 1 เฟส
รองรับการชาร์จเร็ว DC ผ่านหัวชาร์จ CCS2 สูงสุด 166 kW ช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จระหว่างการเดินทาง
นอกจากนี้ยังรองรับระบบจ่ายไฟภายนอก V2L และระบบ Regenerative Braking ซึ่งช่วยนำพลังงานจากการชะลอรถกลับมาเก็บในแบตเตอรี่
ระยะเวลาในการชาร์จและระยะทางใช้งานจริงอาจแตกต่างกันตามกำลังของสถานีชาร์จ อุณหภูมิ สภาพแบตเตอรี่ ความเร็ว น้ำหนักบรรทุก และพฤติกรรมการขับขี่
DENZA D9 มาพร้อมระบบความปลอดภัยพื้นฐาน เช่น ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
ติดตั้งระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา เซนเซอร์ช่วยจอดรถด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ประกอบด้วย Adaptive Cruise Control ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง
นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับรถในจุดอับสายตา ระบบเตือนรถตัดผ่านด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเตือนขณะเปิดประตู และระบบตรวจสอบความพร้อมของผู้ขับขี่
อุปกรณ์บางรายการอาจแตกต่างกันตามรุ่นย่อยและช่วงเวลาการผลิต
DENZA D9 มาพร้อมหน้าจอระบบมัลติมีเดียขนาด 15.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
ระบบสั่งงานด้วยเสียงสามารถรองรับการใช้งานจากหลายตำแหน่งภายในห้องโดยสาร พร้อมการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA
เบาะ Captain Seat แถวที่สองปรับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบนวด ระบบระบายอากาศ ที่รองน่องปรับไฟฟ้า โต๊ะอเนกประสงค์ และหน้าจอควบคุมบริเวณที่พักแขน
ภายในติดตั้งระบบเสียง Dynaudio พร้อมลำโพง 14 ตำแหน่ง รวมถึงตู้เก็บเครื่องดื่มที่รองรับทั้งระบบทำความเย็นและทำความร้อน
รถยังมาพร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองด้าน ฝาท้ายเปิด–ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และช่องเชื่อมต่อสำหรับผู้โดยสารหลายตำแหน่ง
รองรับผู้โดยสาร 7 ท่าน กระเป๋าเดินทาง 7 ใบและกระเป๋าสัมภาระขนาดเล็ก 7 ใบ
รายการ | Premium | Performance AWD |
|---|---|---|
ราคา | 1,999,900 บาท | 2,699,900 บาท |
ระบบขับเคลื่อน | FWD | AWD |
กำลังสูงสุด | 230 kW | 275 kW |
แรงบิด | 360 Nm | 470 Nm |
0–100 กม./ชม. | 9.5 วินาที | 6.9 วินาที |
ระยะทาง NEDC | 600 กม. | 580 กม. |
เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และระยะทางขับขี่สูงสุด 600 กม. ตามมาตรฐาน NEDC
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะสูง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ อัตราเร่งที่รวดเร็ว และระบบกันสะเทือน DiSus-C
ราคาเปิดตัวของ DENZA D9 Premium อยู่ที่ 1,999,900 บาท และรุ่น Performance AWD อยู่ที่ 2,699,900 บาท ราคาจริงและโปรโมชั่นอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับโชว์รูมก่อนสั่งซื้อ
DENZA D9 ที่ทำตลาดในประเทศไทยตามสเปกนี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่หรือ BEV มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ
รุ่น Premium วิ่งได้สูงสุด 600 กิโลเมตร และรุ่น Performance AWD วิ่งได้สูงสุด 580 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางใช้งานจริงขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่
ทั้งสองรุ่นใช้ BYD Blade Battery ความจุ 103.36 kWh
DENZA D9 รองรับ DC Fast Charging ผ่านหัวชาร์จ CCS2 กำลังสูงสุด 166 kW และรองรับ AC Type 2 สูงสุด 11 kW เมื่อใช้ระบบไฟสามเฟส
รถมีทั้งหมด 7 ที่นั่ง จัดวางแบบ 2-2-3 โดยเบาะแถวที่สองเป็น Captain Seat แยกซ้ายและขวา
Premium ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลัง 230 kW วิ่งสูงสุด 600 กิโลเมตร ส่วน Performance AWD ขับเคลื่อนสี่ล้อ กำลังรวม 275 kW แรงบิด 470 Nm เร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.9 วินาที และติดตั้งระบบกันสะเทือน DiSus-C
รถเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ ผู้บริหาร ธุรกิจโรงแรม รถรับส่งระดับพรีเมียม และผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้า 7 ที่นั่งที่เน้นพื้นที่และความสะดวกสบายของผู้โดยสารแถวที่สอง