รถยนต์ EREV หรือ Extended-Range Electric Vehicle คือรถที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นระบบขับเคลื่อนหลัก และมีเครื่องยนต์สันดาปทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อขยายระยะทางเมื่อพลังงานในแบตเตอรี่ลดลง
ในระบบ EREV แบบอนุกรมหรือ Series Hybrid ที่ใช้กันทั่วไป เครื่องยนต์ไม่ได้เชื่อมต่อกับล้อโดยตรง พลังงานจากเครื่องยนต์จะถูกเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ก่อนส่งไปยังมอเตอร์หรือแบตเตอรี่ รถจึงยังคงมีบุคลิกการขับใกล้เคียงรถไฟฟ้า เช่น แรงบิดมาเร็วและการเร่งที่ต่อเนื่อง
กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า Series Plug-in Hybrid ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวในการขับล้อ และรถประเภทนี้มักถูกเรียกว่า Extended-Range Electric Vehicle หรือ EREV
อย่างไรก็ตาม EREV ยังมีเครื่องยนต์ ถังน้ำมัน ระบบไอเสีย และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ใช่รถไฟฟ้า 100% แบบ BEV และยังต้องได้รับการบำรุงรักษาส่วนเครื่องยนต์ตามข้อกำหนดของผู้ผลิต
คำว่า EREV, REEV, Range-Extended EV และ Series PHEV อาจถูกใช้ต่างกันตามผู้ผลิตและตลาด ก่อนซื้อควรตรวจว่าเครื่องยนต์ของรถรุ่นนั้นผลิตไฟอย่างเดียว หรือสามารถส่งกำลังไปยังล้อได้ในบางสถานการณ์
หัวข้อ
สรุป EREV แบบรวดเร็ว
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อเต็ม | Extended-Range Electric Vehicle |
| ชื่อที่พบได้ | EREV, REEV, Range-Extended EV |
| ระบบขับล้อหลัก | มอเตอร์ไฟฟ้า |
| แหล่งพลังงาน | แบตเตอรี่และเชื้อเพลิง |
| เครื่องยนต์มีหน้าที่หลัก | หมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า |
| ต้องเสียบชาร์จหรือไม่ | ควรชาร์จเพื่อใช้ประโยชน์จากระบบไฟฟ้าเต็มที่ |
| เติมน้ำมันได้หรือไม่ | ได้ |
| มีท่อไอเสียหรือไม่ | มี |
| การปล่อยมลพิษขณะใช้ไฟฟ้าล้วน | ไม่มีการปล่อยจากท่อไอเสีย |
| การปล่อยมลพิษเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน | มี |
| จุดเด่น | ขับแบบรถไฟฟ้าและเดินทางไกลได้สะดวกขึ้น |
| ข้อจำกัด | ระบบซับซ้อน น้ำหนักมาก และยังต้องดูแลเครื่องยนต์ |
แผนภาพหลักการทำงานของรถ EREV
โหมดใช้ไฟจากแบตเตอรี่
จุดชาร์จภายนอก
│
▼
แบตเตอรี่
│
▼
อินเวอร์เตอร์และระบบควบคุม
│
▼
มอเตอร์ไฟฟ้า
│
▼
ล้อโหมดขยายระยะทาง
ถังน้ำมัน
│
▼
เครื่องยนต์สันดาป
│
▼
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
│
├────────► มอเตอร์ไฟฟ้า ────────► ล้อ
│
└────────► แบตเตอรี่จุดสำคัญ: ใน EREV แบบ Series เครื่องยนต์ไม่ส่งแรงหมุนไปยังล้อโดยตรง ล้อยังคงถูกขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
ข้อความสำหรับทำภาพประกอบ
ชื่อภาพ
หลักการทำงานของรถยนต์ EREV
Alt Text
แผนภาพการทำงานรถยนต์ EREV แสดงแบตเตอรี่ส่งไฟให้มอเตอร์ขับล้อ และเครื่องยนต์หมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อขยายระยะทาง
คำบรรยายใต้ภาพ
รถ EREV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับล้อ ส่วนเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อรักษาพลังงานหรือขยายระยะทางเมื่อแบตเตอรี่ลดลง
EREV ทำงานอย่างไร?
ระบบ EREV มีรูปแบบการทำงานหลัก 3 ช่วง โดยรถจะจัดการการทำงานให้อัตโนมัติตามระดับแบตเตอรี่ กำลังที่ผู้ขับต้องการ อุณหภูมิ และโหมดที่เลือก
1. ชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่
ผู้ใช้สามารถเสียบชาร์จรถจากแหล่งจ่ายไฟภายนอก เช่น:
- ปลั๊กชาร์จแบบพกพา
- Wallbox ที่บ้าน
- สถานีชาร์จ AC
- สถานีชาร์จ DC หากรถรองรับ
ไฟฟ้าจะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่แรงดันสูงเพื่อจ่ายให้มอเตอร์ขับเคลื่อน
รถ EREV ที่มีพอร์ตชาร์จจึงควรชาร์จเป็นประจำ ไม่ควรพึ่งเครื่องยนต์ผลิตไฟตลอดเวลา เพราะการเปลี่ยนน้ำมันเป็นพลังงานกลแล้วเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าย่อมมีการสูญเสียพลังงานหลายขั้นตอน
2. ขับด้วยไฟฟ้าจากแบตเตอรี่
เมื่อแบตเตอรี่มีพลังงานเพียงพอ รถจะส่งไฟจากแบตเตอรี่ผ่านระบบควบคุมไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า จากนั้นมอเตอร์จึงขับล้อ
ในช่วงนี้:
- เครื่องยนต์อาจยังไม่ทำงาน
- รถไม่มีการปล่อยไอเสียจากท่อ
- การตอบสนองคล้ายรถ BEV
- ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอาจต่ำเมื่อชาร์จที่บ้าน
- รถสามารถนำพลังงานจากการชะลอและเบรกกลับเข้าแบตเตอรี่ได้
3. เครื่องยนต์เริ่มผลิตไฟฟ้า
เมื่อแบตเตอรี่ลดลงถึงระดับที่ระบบกำหนด หรือต้องการพลังงานมากเป็นพิเศษ เครื่องยนต์จะเริ่มทำงานเพื่อหมุน Generator
ไฟฟ้าที่ผลิตได้อาจถูกส่ง:
- ไปยังมอเตอร์เพื่อขับรถ
- ไปยังแบตเตอรี่เพื่อรักษาระดับพลังงาน
- ไปทั้งมอเตอร์และแบตเตอรี่ตามการจัดการของระบบ
ตัวอย่างเช่น BMW อธิบายว่าเครื่องยนต์ Range Extender ใน i3 ทำหน้าที่ขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อรักษาระดับพลังงานของแบตเตอรี่ระหว่างเดินทาง
เครื่องยนต์ของ EREV ขับล้อหรือไม่?
สำหรับ EREV แบบอนุกรมแท้หรือ Series EREV เครื่องยนต์ไม่ขับล้อโดยตรง หน้าที่ของเครื่องยนต์คือผลิตไฟฟ้า ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นผู้สร้างแรงบิดสำหรับขับล้อ
รถ Leapmotor C10 REEV เป็นตัวอย่างระบบที่ผู้ผลิตระบุชัดว่าล้อถูกขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ส่วนเครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็น Generator เพื่อเติมพลังงานให้ระบบ
Mazda MX-30 e-Skyactiv R-EV ก็ใช้เครื่องยนต์โรตารีเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อขยายระยะทาง และ Mazda เรียกระบบนี้ว่า Series-Type Plug-in Hybrid
แต่ไม่ควรเหมารวมว่ารถที่ใช้คำว่า Range Extender ทุกคันมีโครงสร้างเหมือนกัน เนื่องจากรถ Plug-in Hybrid บางระบบสามารถเปลี่ยนไปใช้โครงสร้างแบบ Parallel Hybrid และให้เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังล้อได้เมื่อใช้ความเร็วสูงหรือแบตเตอรี่ลดลง กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่ารถ PHEV บางรุ่นใช้มอเตอร์ขับล้อเกือบตลอดเวลา แต่สามารถเปลี่ยนไปทำงานแบบ Parallel Hybrid ได้ในบางเงื่อนไข
ดังนั้น ก่อนซื้อควรถามผู้จำหน่ายโดยตรงว่า
- เครื่องยนต์มีการเชื่อมต่อทางกลกับล้อหรือไม่
- เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตไฟเพียงอย่างเดียวหรือไม่
- เมื่อขับด้วยความเร็วสูง ระบบเปลี่ยนรูปแบบการทำงานหรือไม่
- รถถูกจดทะเบียนหรือจัดประเภทเป็น PHEV หรือประเภทใด
- อัตราสิ้นเปลืองเมื่อแบตเตอรี่ต่ำเป็นเท่าไร
EREV ต่างจาก BEV, PHEV และ HEV อย่างไร?
ระบบทั้งสี่ประเภทมีมอเตอร์ไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ขนาดแบตเตอรี่ วิธีรับพลังงาน และความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องยนต์กับล้อ
BEV
BEV หรือ Battery Electric Vehicle ใช้แบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงานหลักและใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับล้อ ไม่มีเครื่องยนต์หรือถังน้ำมัน และต้องรับไฟจากแหล่งชาร์จภายนอก กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ อธิบายว่า BEV เก็บไฟไว้ในแบตเตอรี่และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับล้อเสมอ
EREV
EREV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับล้อเช่นเดียวกับ BEV แต่เพิ่มเครื่องยนต์และ Generator เพื่อผลิตไฟเมื่อแบตเตอรี่ลดลง
PHEV
PHEV หรือ Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีแบตเตอรี่ที่เสียบชาร์จจากภายนอกได้ และมีทั้งมอเตอร์กับเครื่องยนต์ ระบบ PHEV ทั่วไปสามารถใช้เครื่องยนต์ขับล้อโดยตรง หรือทำงานร่วมกับมอเตอร์ตามการออกแบบของผู้ผลิต
EREV จึงอาจถือเป็นรูปแบบหนึ่งของ PHEV ที่เน้นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบอนุกรม แต่ผู้ผลิตอาจใช้ชื่อการตลาดต่างกัน
HEV
HEV หรือ Hybrid Electric Vehicle ใช้เครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์ แต่ไม่จำเป็นต้องเสียบชาร์จ แบตเตอรี่จะรับพลังงานจากเครื่องยนต์และระบบ Regenerative Braking
ใน HEV แบบ Parallel หรือ Power-Split เครื่องยนต์สามารถส่งกำลังไปยังล้อได้โดยตรงหรือทำงานร่วมกับมอเตอร์
ตารางเปรียบเทียบ EREV vs BEV vs PHEV vs HEV
| หัวข้อ | EREV | BEV | PHEV | HEV |
|---|---|---|---|---|
| ระบบขับล้อหลัก | มอเตอร์ไฟฟ้า | มอเตอร์ไฟฟ้า | มอเตอร์และ/หรือเครื่องยนต์ | มอเตอร์และเครื่องยนต์ |
| เครื่องยนต์ขับล้อโดยตรง | โดยทั่วไปไม่ขับในระบบ Series | ไม่มีเครื่องยนต์ | ทำได้ในหลายระบบ | ทำได้ |
| เครื่องยนต์ผลิตไฟ | ใช่ เป็นหน้าที่หลัก | ไม่มี | ทำได้ตามระบบ | ทำได้ |
| เสียบชาร์จภายนอก | ได้ | ต้องชาร์จ | ได้ | ปกติไม่ได้ |
| เติมน้ำมัน | ได้ | ไม่ได้ | ได้ | ได้ |
| ขับด้วยไฟฟ้าล้วน | ได้ | ได้ตลอด | ได้ในระยะหนึ่ง | ได้ระยะสั้นหรือบางช่วง |
| ระยะทางเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ | เดินทางต่อได้โดยใช้เครื่องยนต์ผลิตไฟ | ต้องหาจุดชาร์จ | ใช้เครื่องยนต์เดินทางต่อ | ใช้เครื่องยนต์เดินทางต่อ |
| บุคลิกการขับ | คล้ายรถ EV | รถ EV เต็มรูปแบบ | เปลี่ยนตามโหมดและระบบ | ผสมเครื่องยนต์กับมอเตอร์ |
| การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ | มี | ไม่มี | มี | มี |
| การปล่อยไอเสีย | มีเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน | ไม่มีจากท่อไอเสีย | มีเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน | มี |
| น้ำหนักระบบ | ค่อนข้างมาก | ขึ้นกับขนาดแบตเตอรี่ | ค่อนข้างมาก | ปานกลาง |
| เหมาะกับ | ต้องการฟีล EV แต่เดินทางไกลบ่อย | ชาร์จสะดวกและต้องการรถไฟฟ้าล้วน | ต้องการความยืดหยุ่นหลายรูปแบบ | ไม่สะดวกเสียบชาร์จ |
EREV กับ Series Hybrid เหมือนกันไหม?
มีความใกล้เคียงกันมาก เพราะทั้งสองระบบใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับล้อ และใช้เครื่องยนต์หมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
แต่คำว่า EREV มักสื่อถึงรถที่:
- มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่า Hybrid ทั่วไป
- วิ่งด้วยไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ได้เป็นระยะทางที่มีนัยสำคัญ
- สามารถเสียบชาร์จจากภายนอกได้
- ออกแบบให้มอเตอร์เป็นระบบขับเคลื่อนหลัก
- ใช้เครื่องยนต์เมื่อต้องขยายระยะทาง
ส่วน Series Hybrid บางรุ่นอาจมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กและไม่ได้ออกแบบให้ผู้ใช้เสียบชาร์จ จึงไม่ควรใช้คำสองคำนี้แทนกันทุกกรณี
ข้อดีของรถยนต์ EREV
1. ลดความกังวลเรื่องระยะทาง
เมื่อแบตเตอรี่ลดลง รถยังสามารถใช้เชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าและเดินทางต่อได้ ช่วยลดความกังวลในพื้นที่ที่สถานีชาร์จยังไม่ครอบคลุม
ผู้ใช้สามารถเติมน้ำมันได้รวดเร็วกว่าการรอชาร์จแบตเตอรี่ จึงเหมาะกับเส้นทางไกลหรือพื้นที่ที่ไม่มีสถานี DC Fast Charge เพียงพอ
2. ให้ประสบการณ์ขับแบบรถไฟฟ้า
เนื่องจากมอเตอร์เป็นตัวขับล้อ รถ EREV แบบ Series จึงสามารถให้ลักษณะการขับคล้าย BEV ได้แก่:
- แรงบิดมาเร็ว
- การเร่งต่อเนื่อง
- ไม่ต้องรอเปลี่ยนเกียร์แบบรถบางประเภท
- การควบคุมแรงบิดทำได้ละเอียด
- มีระบบ Regenerative Braking
3. ใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันได้
ผู้ที่ขับระยะสั้นและชาร์จรถเป็นประจำอาจใช้ไฟจากแบตเตอรี่เป็นหลัก โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องยนต์ทุกวัน
ประโยชน์นี้จะเกิดขึ้นจริงเมื่อผู้ใช้เสียบชาร์จอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ซื้อ EREV แล้วพึ่งน้ำมันเกือบตลอดเวลา
4. ยืดหยุ่นเมื่อเดินทางไกล
EREV เหมาะกับผู้ใช้ที่:
- ขับในเมืองวันธรรมดา
- เดินทางต่างจังหวัดเป็นครั้งคราว
- ใช้เส้นทางที่มีสถานีชาร์จน้อย
- ไม่ต้องการวางแผนจุดชาร์จทุกครั้ง
- ต้องการมีพลังงานสำรองจากเชื้อเพลิง
5. สามารถใช้แบตเตอรี่เล็กกว่า BEV ระยะไกลบางรุ่น
เนื่องจากมีเครื่องยนต์ช่วยผลิตไฟ ผู้ผลิตอาจไม่จำเป็นต้องติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เท่ารถ BEV ที่ต้องการระยะทางระดับเดียวกัน
แบตเตอรี่ที่เล็กลงอาจช่วยลดต้นทุนและน้ำหนักบางส่วน แต่ต้องแลกกับน้ำหนักของเครื่องยนต์ Generator ถังน้ำมัน และระบบไอเสีย
ข้อจำกัดของรถยนต์ EREV
1. ไม่ใช่รถปลอดการปล่อยมลพิษตลอดเวลา
เมื่อเครื่องยนต์ทำงาน รถจะใช้น้ำมันและปล่อยก๊าซจากท่อไอเสีย แม้ว่าล้อจะยังถูกขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าก็ตาม
จึงควรใช้คำว่า “ไม่มีการปล่อยไอเสียขณะขับโหมดไฟฟ้า” แทนการเรียกว่า “รถปลอดมลพิษ”
2. มีการสูญเสียพลังงานหลายขั้นตอน
ในโหมด Range Extender พลังงานต้องผ่านกระบวนการ:
เชื้อเพลิง
→ เครื่องยนต์
→ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
→ ระบบไฟฟ้า
→ มอเตอร์
→ ล้อ แต่ละขั้นตอนมีการสูญเสียพลังงาน EREV จึงไม่ได้ประหยัดที่สุดเสมอเมื่อเดินทางไกลโดยใช้เครื่องยนต์ต่อเนื่อง
ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับการออกแบบเครื่องยนต์ การควบคุมรอบ Generator น้ำหนักรถ ความเร็ว และสภาพการขับ
3. ระบบซับซ้อนกว่า BEV
รถ EREV มีทั้ง:
- แบตเตอรี่แรงดันสูง
- มอเตอร์ไฟฟ้า
- อินเวอร์เตอร์
- เครื่องยนต์
- เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
- ถังน้ำมัน
- ระบบเชื้อเพลิง
- ระบบระบายความร้อน
- ระบบไอเสีย
จึงมีชิ้นส่วนมากกว่า BEV และต้องดูแลทั้งระบบไฟฟ้ากับระบบเครื่องยนต์ รถ PHEV และ HEV โดยทั่วไปยังต้องรับการบำรุงรักษาเครื่องยนต์และของเหลวคล้ายรถสันดาป ขณะที่ BEV มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่า
4. น้ำหนักและพื้นที่
การติดตั้งทั้งแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ Generator และถังน้ำมันเพิ่มน้ำหนักรถ และอาจใช้พื้นที่ใต้พื้นหรือพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระ
น้ำหนักที่มากขึ้นมีผลต่อ:
- อัตราสิ้นเปลือง
- การสึกของยาง
- การตอบสนองของช่วงล่าง
- ระยะเบรก
- น้ำหนักบรรทุกที่เหลือ
5. ยังต้องชาร์จจึงจะคุ้ม
แม้ EREV จะเดินทางต่อได้ด้วยน้ำมัน แต่ประโยชน์หลักของระบบเกิดจากการชาร์จไฟและใช้แบตเตอรี่เป็นประจำ
ผู้ที่ไม่มีจุดชาร์จและใช้เครื่องยนต์ผลิตไฟเกือบตลอดเวลาอาจพบว่า:
- ค่าเชื้อเพลิงสูงกว่าที่คาด
- เครื่องยนต์ทำงานบ่อย
- ประโยชน์ด้านการปล่อยมลพิษลดลง
- ต้องแบกแบตเตอรี่และระบบชาร์จโดยใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่
6. เสียงเครื่องยนต์อาจไม่สัมพันธ์กับความเร็วรถ
เนื่องจากเครื่องยนต์ทำงานเพื่อผลิตไฟ ระบบอาจปรับรอบเครื่องตามความต้องการพลังงาน ไม่ได้ปรับตามความเร็วล้อโดยตรง
ผู้ขับจึงอาจได้ยินรอบเครื่องสูงขณะรถวิ่งด้วยความเร็วคงที่หรือขึ้นทางชัน ซึ่งเป็นลักษณะการทำงานของระบบ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความผิดปกติ
EREV ประหยัดกว่า PHEV หรือ HEV หรือไม่?
ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับระยะทางและรูปแบบการชาร์จ
EREV อาจประหยัดเมื่อ
- ชาร์จรถที่บ้านเป็นประจำ
- ระยะทางประจำวันไม่เกินระยะไฟฟ้าของรถ
- ใช้เครื่องยนต์เฉพาะเวลาเดินทางไกล
- ค่าไฟที่บ้านต่ำกว่าค่าใช้บริการชาร์จสาธารณะ
- ผู้ขับใช้ความเร็วเหมาะสม
EREV อาจไม่ประหยัดเมื่อ
- ไม่ค่อยเสียบชาร์จ
- ใช้เครื่องยนต์ผลิตไฟเกือบทุกวัน
- ขับทางไกลด้วยความเร็วสูงต่อเนื่อง
- รถมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก
- เติมน้ำมันราคาสูง
- ใช้สถานีชาร์จที่มีค่าบริการสูงเป็นหลัก
ควรเปรียบเทียบทั้งค่าไฟและน้ำมันในหน่วยต้นทุนต่อกิโลเมตร ไม่ควรดูเพียงตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ทดสอบโดยเริ่มจากแบตเตอรี่เต็ม
ตัวอย่างรถที่ใช้ระบบ Range Extender
BMW i3 Range Extender
BMW i3 รุ่น Range Extender ใช้เครื่องยนต์เบนซินสองสูบขนาดเล็กหมุน Generator เพื่อรักษาระดับพลังงานของแบตเตอรี่ โดยมอเตอร์ไฟฟ้ายังคงเป็นระบบขับเคลื่อนรถ
รถรุ่นนี้เป็นตัวอย่างสำคัญในช่วงแรกของแนวคิด Range-Extended Electric Vehicle แต่ไม่ควรใช้สเปกหรือสถานะการจำหน่ายเดิมมาอธิบายตลาดปัจจุบันโดยไม่มีวันที่กำกับ
Mazda MX-30 e-Skyactiv R-EV
Mazda ใช้เครื่องยนต์โรตารีเป็น Generator ใน MX-30 e-Skyactiv R-EV โดยออกแบบให้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นผู้ขับรถ Mazda ระบุว่าระบบดังกล่าวเป็น Series-Type Plug-in Hybrid
Leapmotor C10 REEV
Leapmotor C10 REEV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับล้อ ส่วนเครื่องยนต์เบนซินทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าเมื่อจำเป็น ผู้ผลิตระบุชัดว่าล้อถูกขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
รถตัวอย่างเหล่านี้อาจไม่ได้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยทุกคัน รายชื่อใช้เพื่ออธิบายเทคโนโลยี ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อ
EREV เหมาะกับใคร?
EREV เหมาะกับผู้ที่:
- ต้องการประสบการณ์ขับแบบรถไฟฟ้า
- ชาร์จรถที่บ้านหรือที่ทำงานได้
- ขับระยะสั้นในชีวิตประจำวัน
- เดินทางไกลเป็นครั้งคราว
- ใช้เส้นทางที่สถานีชาร์จยังไม่ครอบคลุม
- ไม่ต้องการหยุดชาร์จนานระหว่างทาง
- ยอมรับการดูแลเครื่องยนต์และระบบเชื้อเพลิง
- ตั้งใจใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานหลักและใช้น้ำมันเป็นระบบสำรอง
EREV อาจไม่เหมาะกับใคร?
EREV อาจไม่เหมาะกับผู้ที่:
- ต้องการรถไฟฟ้า 100% โดยไม่มีท่อไอเสีย
- ไม่ต้องการดูแลเครื่องยนต์
- มีเครือข่ายชาร์จสะดวกทุกเส้นทาง
- ขับทางไกลด้วยเครื่องยนต์ทำงานต่อเนื่องเกือบทุกวัน
- ไม่มีจุดชาร์จและไม่ตั้งใจเสียบชาร์จ
- ต้องการโครงสร้างรถที่เรียบง่ายที่สุด
- ให้ความสำคัญกับพื้นที่และน้ำหนักรถมาก
- ต้องการใช้สิทธิประโยชน์ที่กำหนดเฉพาะ BEV
EREV, BEV, PHEV หรือ HEV เลือกแบบไหนดี?
| รูปแบบการใช้งาน | ระบบที่น่าพิจารณา |
|---|---|
| ชาร์จบ้านได้และขับในเมืองเป็นหลัก | BEV |
| ชาร์จบ้านได้ แต่เดินทางเส้นทางห่างไกลบ่อย | EREV |
| ต้องการให้ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ช่วยขับ | PHEV |
| ไม่สะดวกเสียบชาร์จ | HEV |
| ไม่ต้องการเครื่องยนต์หรือค่าน้ำมัน | BEV |
| ต้องการเติมน้ำมันเพื่อเดินทางต่อได้ทันที | EREV หรือ PHEV |
| ต้องการระบบเรียบง่ายและบำรุงรักษาน้อยกว่า | BEV |
| ต้องการรถคันเดียวรองรับสถานการณ์หลากหลาย | EREV หรือ PHEV |
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนซื้อรถ EREV
ก่อนตัดสินใจควรถามผู้จำหน่ายให้ชัดเจนเรื่องต่อไปนี้
- เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังล้อหรือไม่
- ระยะทางไฟฟ้าล้วนใช้มาตรฐานใด
- อัตราสิ้นเปลืองเมื่อแบตเตอรี่ต่ำเป็นเท่าไร
- รถรองรับการชาร์จ AC และ DC หรือไม่
- กำลังชาร์จสูงสุดเท่าไร
- ขนาดถังน้ำมันเท่าไร
- ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะใด
- รับประกันแบตเตอรี่และเครื่องยนต์กี่ปี
- รับประกัน Generator และระบบแรงดันสูงหรือไม่
- ศูนย์บริการสามารถซ่อมระบบ EREV ได้หรือไม่
- รถใช้งานเชิงพาณิชย์มีเงื่อนไขต่างจากรถส่วนบุคคลหรือไม่
- เมื่อแบตเตอรี่ต่ำ รถยังรักษาสมรรถนะบนทางชันได้หรือไม่
- มีโหมดบังคับรักษาระดับแบตเตอรี่หรือไม่
- ค่าเบี้ยประกันและราคาอะไหล่เป็นเท่าไร
- สิทธิรับประกันโอนให้เจ้าของใหม่ได้หรือไม่
สรุปรถยนต์ EREV คืออะไร?
รถยนต์ EREV คือรถที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และเพิ่มเครื่องยนต์พร้อม Generator เพื่อผลิตไฟฟ้าขยายระยะทาง
ในระบบ EREV แบบ Series
- แบตเตอรี่ส่งพลังงานให้มอเตอร์
- มอเตอร์ไฟฟ้าขับล้อ
- เครื่องยนต์ผลิตไฟฟ้า
- เครื่องยนต์ไม่ส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง
- รถสามารถเสียบชาร์จและเติมน้ำมันได้
- เมื่อเครื่องยนต์ทำงานจะมีการใช้เชื้อเพลิงและปล่อยไอเสีย
จุดเด่นของ EREV คือให้ประสบการณ์ขับแบบรถไฟฟ้า พร้อมลดความกังวลเรื่องสถานีชาร์จเมื่อต้องเดินทางไกล
ข้อจำกัดคือรถยังมีเครื่องยนต์ ระบบเชื้อเพลิง และระบบไอเสีย มีน้ำหนักและความซับซ้อนมากกว่า BEV รวมถึงอาจไม่ได้ประหยัดเมื่อผู้ใช้ไม่ชาร์จแบตเตอรี่และพึ่งเครื่องยนต์ตลอดเวลา
ดังนั้น EREV เหมาะกับผู้ที่สามารถชาร์จรถเป็นประจำ แต่ยังต้องเดินทางไกลหรือใช้เส้นทางที่สถานีชาร์จไม่ครอบคลุม ส่วนผู้ที่ชาร์จสะดวกและไม่ต้องการดูแลเครื่องยนต์อาจเหมาะกับ BEV มากกว่า
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Plug-in Hybrid คืออะไร ต่างจาก EV และ Hybrid อย่างไร และ เวลาในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถ EREV
EREV ย่อมาจากอะไร?
รถ EREV ต้องเสียบชาร์จหรือไม่?
เครื่องยนต์ EREV ขับล้อหรือไม่?
EREV เป็นรถไฟฟ้า 100% หรือไม่?
EREV ต่างจาก PHEV อย่างไร?
EREV ต่างจาก HEV อย่างไร?
EREV ประหยัดน้ำมันหรือไม่?
EREV ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องหรือไม่?
เมื่อแบตเตอรี่หมด รถ EREV ยังขับได้หรือไม่?
EREV เหมาะกับการเดินทางไกลหรือไม่?
แหล่งอ้างอิง
- U.S. Department of Energy. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับรถ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV). Alternative Fuels Data Center. https://afdc.energy.gov/vehicles/electric-basics-phev
- U.S. Department of Energy. หลักการทำงานของรถ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV). Alternative Fuels Data Center. https://afdc.energy.gov/vehicles/how-do-plug-in-hybrid-electric-cars-work
- U.S. Department of Energy. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า Battery Electric Vehicle (BEV). Alternative Fuels Data Center. https://afdc.energy.gov/vehicles/electric-basics-ev
- U.S. Department of Energy. หลักการทำงานและส่วนประกอบของรถยนต์ไฟฟ้า All-Electric Vehicle. Alternative Fuels Data Center. https://afdc.energy.gov/vehicles/how-do-all-electric-cars-work
- U.S. Department of Energy. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับรถ Hybrid Electric Vehicle (HEV). Alternative Fuels Data Center. https://afdc.energy.gov/vehicles/electric-basics-hev
- U.S. Department of Energy. ข้อมูลการบำรุงรักษาและความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริด. Alternative Fuels Data Center. https://afdc.energy.gov/vehicles/electric-maintenance
- BMW Group. The New BMW i3: Born to Be Electric ข้อมูลเกี่ยวกับ BMW i3 และระบบ Range Extender (REx). BMW Group PressClub. https://www.press.bmwgroup.com/united-kingdom/article/detail/T0144135EN_GB/the-new-bmw-i3-born-to-be-electric
- Mazda Motor Corporation. ข้อมูล Mazda MX-30 e-SKYACTIV R-EV รถยนต์ไฟฟ้าแบบ Plug-in Hybrid ที่ใช้ Rotary Engine เป็น Generator. Mazda Newsroom. https://newsroom.mazda.com/en/publicity/release/2023/202301/230113a.html
- Mazda Motor Corporation. ข้อมูลการผลิต Mazda MX-30 e-SKYACTIV R-EV และระบบขับเคลื่อนที่ใช้ Rotary Engine สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า. Mazda Newsroom. https://newsroom.mazda.com/en/publicity/release/2023/202306/230622a.html
- Leapmotor. ข้อมูลผลิตภัณฑ์ Leapmotor C10 REEV และระบบ Range Extender สำหรับตลาดสหราชอาณาจักร. Stellantis Media. https://www.media.stellantis.com/uk-en/leapmotor/press/leapmotor-c10-uk-press-information
- Leapmotor. ข้อมูลการทดสอบ Leapmotor C10 REEV และรายละเอียดเทคโนโลยี Range Extender. Stellantis Media. https://www.media.stellantis.com/em-en/leapmotor/press/first-media-test-drives-with-the-leapmotor-c10-reev-in-spain
หมายเหตุ: คำว่า EREV, REEV และ Range Extender อาจถูกใช้แตกต่างกันตามผู้ผลิตและตลาด จึงควรตรวจสอบโครงสร้างระบบขับเคลื่อนของรถแต่ละรุ่นโดยตรง ไม่ควรพิจารณาจากชื่อทางการตลาดเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะประเด็นว่าเครื่องยนต์สามารถส่งกำลังไปยังล้อโดยตรงได้หรือทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเท่านั้น
ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ
อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า Denza รถยนต์ไฟฟ้าหรูที่ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและสมรรถนะขั้นสุด ติดต่อ Denza BD Ultimate ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาและบริการครบวงจร
- สถานที่
- สาขาสงขลา: 312 หมู่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา 90110
- สาขาภูเก็ต: 99/99 หมู่ 5 ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 83000
- Facebook: Denza BD Ultimate
- Instagram: Denza BD Ultimate
- Youtube: Denza BD Ultimate
- Tiktok: Denza BD Ultimate
- LINE: Denza BD Ultimate
- Website: www.denzabdultimate.com/th/
- ทดลองขับ: คลิกเลย!









