รถจีนในไทยมีแบรนด์อะไรบ้าง? รวมแบรนด์รถยนต์จีนยอดนิยม พร้อมจุดเด่นและรุ่นน่าสนใจ

/
/
รถจีนในไทยมีแบรนด์อะไรบ้าง? รวมแบรนด์รถยนต์จีนยอดนิยม พร้อมจุดเด่นและรุ่นน่าสนใจ
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

หมวดหมู่

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “รถจีน” กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มรถยนต์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า รถปลั๊กอินไฮบริด รถ SUV และรถพรีเมียมที่เน้นเทคโนโลยี

จากเดิมที่ตลาดรถยนต์ไทยมีแบรนด์ญี่ปุ่นเป็นผู้เล่นหลัก ปัจจุบันผู้ผลิตจากจีนเข้ามาแข่งขันด้วยจุดเด่นเรื่องเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ห้องโดยสารอัจฉริยะ อุปกรณ์มาตรฐาน และราคาที่แข่งขันได้

แบรนด์ที่ผู้บริโภคไทยคุ้นเคยมีตั้งแต่ BYD, MG, GWM, GAC AION, NETA, Changan, DEEPAL, OMODA, JAECOO, XPENG และ ZEEKR ไปจนถึงแบรนด์ระดับพรีเมียมอย่าง DENZA และ AVATR

บทความนี้รวบรวมแบรนด์รถยนต์จีนที่ทำตลาดหรือมีผลิตภัณฑ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมอธิบายจุดเด่น รุ่นที่น่าสนใจ และสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนซื้อ

หมายเหตุ: รายชื่อรุ่น ราคา เครือข่ายผู้จำหน่าย และสถานะการจำหน่ายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของแต่ละแบรนด์และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการก่อนตัดสินใจ

หัวข้อ

รถจีนในไทยมีแบรนด์อะไรบ้าง? รวมแบรนด์รถยนต์จีนยอดนิยม พร้อมจุดเด่นและรุ่นน่าสนใจ

รถจีนหมายถึงอะไร?

โดยทั่วไป คำว่า “รถจีน” หมายถึงรถยนต์ที่พัฒนา ผลิต หรืออยู่ภายใต้กลุ่มบริษัทจากประเทศจีน อย่างไรก็ตาม บางแบรนด์อาจมีประวัติหรือภาพลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับประเทศอื่น

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ MG ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดจากสหราชอาณาจักร แต่ปัจจุบันอยู่ภายใต้ SAIC Motor ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน ดังนั้นตลาดจึงมักจัด MG อยู่ในกลุ่มรถยนต์จากค่ายจีน

นอกจากนี้ บริษัทผู้ผลิตรายหนึ่งอาจมีหลายแบรนด์ย่อย เช่น

  • BYD มีแบรนด์พรีเมียม DENZA
  • Changan มี DEEPAL และ AVATR
  • Geely Holding มี GEELY, ZEEKR และ RIDDARA
  • Chery Automobile มี OMODA และ JAECOO
  • Great Wall Motor มีแบรนด์ย่อยอย่าง HAVAL, ORA และ TANK

การแยกชื่อบริษัทแม่ออกจากชื่อแบรนด์จะช่วยให้เข้าใจตำแหน่งทางการตลาดและเทคโนโลยีของรถแต่ละรุ่นได้ชัดเจนขึ้น


ทำไมรถจีนจึงได้รับความนิยมในประเทศไทย?

1. มีความเชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้า

จีนเป็นหนึ่งในฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ที่สำคัญที่สุดของโลก ผู้ผลิตจีนหลายรายจึงสามารถพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญได้เอง ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ แพลตฟอร์มรถไฟฟ้า มอเตอร์ ระบบควบคุมพลังงาน และซอฟต์แวร์ภายในรถ

รถจีนที่จำหน่ายในประเทศไทยจึงมีตั้งแต่รถไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับใช้งานในเมือง ไปจนถึงรถ SUV สมรรถนะสูงและ MPV ระดับพรีเมียม

2. ให้อุปกรณ์มาตรฐานจำนวนมาก

รถจีนหลายรุ่นมักติดตั้งอุปกรณ์มาให้ค่อนข้างครบเมื่อเทียบกับระดับราคา เช่น

  • หน้าจอกลางขนาดใหญ่
  • มาตรวัดแบบดิจิทัล
  • กล้องรอบคัน
  • หลังคากระจก
  • เบาะปรับไฟฟ้า
  • ระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียง
  • ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หรือ ADAS
  • ระบบอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต

อย่างไรก็ตาม จำนวนอุปกรณ์ไม่ได้เป็นตัวบอกคุณภาพทั้งหมด ผู้ซื้อควรทดลองใช้งานระบบจริงเพื่อดูว่าการแสดงผล ภาษาไทย ความเร็วของระบบ และความสะดวกในการควบคุมเหมาะกับตนเองหรือไม่

3. ราคาแข่งขันได้

ผู้ผลิตจีนจำนวนมากใช้กลยุทธ์ให้อุปกรณ์ระดับสูงในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อรถไฟฟ้า รถ SUV หรือรถพรีเมียมได้ในงบประมาณต่ำกว่ารถบางรุ่นจากค่ายดั้งเดิม

อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อไม่ควรดูเฉพาะราคาป้าย ควรเปรียบเทียบดอกเบี้ย ประกันภัย ค่าติดตั้งเครื่องชาร์จ การรับประกัน และค่าใช้จ่ายตลอดการใช้งานร่วมด้วย

4. มีรถให้เลือกหลายระบบขับเคลื่อน

รถจีนไม่ได้มีเฉพาะรถไฟฟ้า 100% แต่ยังครอบคลุมระบบอื่น เช่น

  • รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่หรือ BEV
  • รถไฮบริดหรือ HEV
  • รถปลั๊กอินไฮบริดหรือ PHEV
  • รถขยายระยะทางด้วยเครื่องยนต์หรือ Range Extender
  • รถเบนซินและดีเซลบางประเภท

ผู้ใช้จึงสามารถเลือกระบบขับเคลื่อนตามความสะดวกในการชาร์จและรูปแบบการเดินทางได้

5. ผู้ผลิตหลายรายเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

ประเทศไทยมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่หลายรายเข้ามาลงทุนด้านโรงงาน การประกอบรถ และห่วงโซ่อุปทาน

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนระบุว่าประเทศไทยดึงดูดการลงทุนจากผู้ผลิตรถยนต์พลังงานสะอาดหลายราย รวมถึงการผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่ภายในประเทศ (BOI)

ตารางสรุปแบรนด์รถจีนในประเทศไทย

แบรนด์บริษัทหรือกลุ่มเจ้าของตำแหน่งโดยทั่วไประบบขับเคลื่อนเด่นตัวอย่างรุ่นที่รู้จักในไทย
BYDBYD Autoตลาดทั่วไปถึงระดับกลางบนEV และ PHEVDOLPHIN, ATTO 3, SEAL, M6, SEALION
DENZABYDพรีเมียมและลักชัวรีEV และ PHEVDENZA D9
MGSAIC Motorตลาดทั่วไปEV, Hybrid และ ICEMG4 Electric, MG S5 EV, MG HS, MG5
GWMGreat Wall MotorSUV, Hybrid และรถไลฟ์สไตล์HEV, PHEV, EV, DieselHAVAL H6, ORA, TANK 300, POER
GAC AIONGAC Groupรถไฟฟ้าตลาดทั่วไปEVAION Y Plus, AION ES, AION UT
HYPTECGAC Groupรถไฟฟ้าพรีเมียมEVHYPTEC HT
NETAHozon New Energyรถไฟฟ้าราคาเข้าถึงง่ายEVNETA V, NETA X
CHANGANChangan Automobileบริษัทแม่และรถตลาดวงกว้างEV, PHEV และ ICEรุ่นขึ้นอยู่กับแผนตลาด
DEEPALChangan Automobileรถพลังงานใหม่ระดับกลางEV และ Range ExtenderDEEPAL S07, L07, E07
AVATRChangan และพันธมิตรรถไฟฟ้าพรีเมียมEVAVATR 11, AVATR 12
OMODAChery Groupรถดีไซน์ทันสมัยEV และ ICEOMODA C5 EV
JAECOOChery GroupSUV กึ่งพรีเมียมEV และ PHEVJAECOO 6 EV, JAECOO 7 SHS
XPENGXPENG MotorsSmart EV ระดับกลางถึงพรีเมียมEVXPENG G6, X9
ZEEKRGeely Holdingรถไฟฟ้าพรีเมียมEVZEEKR X, 7X, 009
GEELYGeely Autoตลาดทั่วไปถึงระดับกลางEV, Hybrid และ ICEGEELY EX5
RIDDARAGeely Holdingรถกระบะไฟฟ้าและไลฟ์สไตล์EVRIDDARA RD6
DONGFENGDongfeng Motorรถทั่วไปและรถเพื่อการพาณิชย์EV และ ICEรุ่นขึ้นอยู่กับผู้จัดจำหน่าย
FORTHINGDongfeng LiuzhouMPV และ SUVEV, PHEV และ ICEFORTHING Friday, U-Tour

ตารางนี้เน้นแบรนด์รถยนต์นั่งและรถไลฟ์สไตล์ที่เป็นที่รู้จักในตลาดไทย ไม่ได้รวมผู้ผลิตรถบรรทุก รถโดยสาร หรือผู้นำเข้าอิสระทุกราย


รถจีนในไทยมีแบรนด์อะไรบ้าง?

1. BYD

BYD

BYD เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่รายใหญ่ของจีน และเป็นแบรนด์ที่ช่วยให้ตลาดรถไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว

แบรนด์มีความโดดเด่นด้านการพัฒนาเทคโนโลยีภายในกลุ่มบริษัท ตั้งแต่แบตเตอรี่ มอเตอร์ ระบบควบคุม ไปจนถึงแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า เว็บไซต์ BYD ประเทศไทยระบุเทคโนโลยีสำคัญ เช่น Blade Battery, e-Platform และระบบ Dual Mode Hybrid

รุ่นที่น่าสนใจ

  • BYD ATTO 1
  • BYD DOLPHIN
  • BYD ATTO 2
  • BYD ATTO 3
  • BYD SEAL 6
  • BYD SEAL
  • BYD M6
  • BYD SEALION 7
  • BYD SEAL 5 DM-i
  • BYD SEALION 5 DM-i
  • BYD SEALION 6 DM-i

จุดเด่นของ BYD

  • มีรถหลายขนาดและหลายระดับราคา
  • มีทั้งรถไฟฟ้า 100% และปลั๊กอินไฮบริด
  • พัฒนาแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนเอง
  • มีฐานการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย
  • มีเครือข่ายผู้จำหน่ายครอบคลุมหลายพื้นที่

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถพลังงานใหม่จากแบรนด์ที่มีรุ่นให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่รถคันแรกจนถึงรถครอบครัว

2. DENZA

Denza D9 - Denza BD Ultimate

DENZA เป็นแบรนด์รถยนต์พรีเมียมในกลุ่ม BYD เน้นรถที่ให้พื้นที่ ความสะดวกสบาย และวัสดุภายในระดับสูงกว่าแบรนด์ BYD ทั่วไป

รุ่นที่สร้างการรับรู้ในประเทศไทยคือ DENZA D9 ซึ่งเป็น MPV ขนาดใหญ่สำหรับครอบครัว ผู้บริหาร และธุรกิจรับส่งผู้โดยสารระดับพรีเมียม

รุ่นที่น่าสนใจ

จุดเด่นของ DENZA

  • ตำแหน่งทางการตลาดระดับพรีเมียม
  • ห้องโดยสารกว้างและเน้นความสบาย
  • เหมาะกับการเดินทางที่มีผู้โดยสารหลายคน
  • ใช้เทคโนโลยีร่วมกับกลุ่ม BYD

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับครอบครัวใหญ่ ผู้บริหาร โรงแรม หรือผู้ที่กำลังมองหา MPV พรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

3. MG

MG4 39 Web H

MG เป็นแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดจากอังกฤษ แต่ปัจจุบันอยู่ภายใต้ SAIC Motor ของจีน และมีการทำตลาดในประเทศไทยมาเป็นเวลานานกว่าแบรนด์จีนรุ่นใหม่หลายราย

MG มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้า รถไฮบริด รถ SUV รถซีดาน และรถสปอร์ตไฟฟ้า

รุ่นที่น่าสนใจ

  • MG4 Electric
  • MG S5 EV
  • MG ZS EV
  • MG Maxus 7 และ Maxus 9
  • MG HS
  • MG5
  • MG Cyberster

จุดเด่นของ MG

  • มีประสบการณ์ทำตลาดในประเทศไทยค่อนข้างนาน
  • เครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการครอบคลุม
  • มีรถหลายรูปแบบ
  • มีทั้งรถราคาจับต้องได้และรถเฉพาะกลุ่ม
  • MG4 Electric ใช้รูปแบบขับเคลื่อนล้อหลังในหลายรุ่นย่อย

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ต้องการแบรนด์จีนที่มีเครือข่ายในประเทศไทยมาระยะหนึ่ง และต้องการตัวเลือกระหว่าง EV, Hybrid และรถเครื่องยนต์

4. GWM หรือ Great Wall Motor

GWM เป็นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์จีนที่ใช้หลายแบรนด์ย่อยทำตลาด โดยแต่ละแบรนด์มีบุคลิกแตกต่างกัน ได้แก่

  • HAVAL เน้นรถ SUV และระบบไฮบริด
  • ORA เน้นรถไฟฟ้าดีไซน์โดดเด่น
  • TANK เน้น SUV สไตล์ออฟโรดและพรีเมียม
  • POER เน้นรถกระบะและรถไลฟ์สไตล์

เว็บไซต์ GWM ประเทศไทยแสดงรถหลายระบบขับเคลื่อน ตั้งแต่ EV และ Hybrid ไปจนถึงรถดีเซล โดยผลิตภัณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามรอบการเปิดตัว

รุ่นที่น่าสนใจ

  • HAVAL H6
  • HAVAL JOLION
  • ORA Good Cat
  • ORA 07
  • ORA 5
  • TANK 300
  • TANK 500
  • GWM POER

จุดเด่นของ GWM

  • เชี่ยวชาญด้าน SUV
  • มีระบบไฮบริดหลายรูปแบบ
  • การออกแบบแต่ละแบรนด์มีเอกลักษณ์
  • มีทั้งรถในเมือง รถครอบครัว และรถออฟโรด
  • มีฐานการผลิตในจังหวัดระยอง

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ชอบรถ SUV ต้องการระบบไฮบริด หรือมองหารถที่มีบุคลิกเฉพาะ เช่น รถออฟโรดและรถกระบะไลฟ์สไตล์

5. GAC AION

AION เป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าภายใต้ GAC Group โดยเน้นรถ EV สำหรับตลาดวงกว้าง ตั้งแต่รถซีดาน รถ Hatchback ไปจนถึงรถอเนกประสงค์

รถของ AION มักให้ความสำคัญกับพื้นที่ห้องโดยสาร ประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มไฟฟ้า และความคุ้มค่าต่อราคา

รุ่นที่น่าสนใจ

  • AION Y Plus
  • AION ES
  • AION UT
  • AION V

จุดเด่นของ AION

  • เป็นแบรนด์ที่เน้นรถไฟฟ้าโดยตรง
  • ห้องโดยสารกว้างเมื่อเทียบกับขนาดรถ
  • มีรถสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปและงานเชิงพาณิชย์
  • มีการลงทุนด้านการประกอบรถยนต์ในประเทศไทย
  • มีแบรนด์พรีเมียมในเครือชื่อ HYPTEC

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้าพื้นที่กว้าง ใช้งานในครอบครัว หรือให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า

6. HYPTEC

HYPTEC เป็นแบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียมภายใต้ GAC Group วางตำแหน่งสูงกว่า AION ทั้งด้านการออกแบบ วัสดุ สมรรถนะ และเทคโนโลยี

รุ่นที่น่าสนใจ

  • HYPTEC HT

จุดเด่นของ HYPTEC

  • ดีไซน์ล้ำสมัย
  • ห้องโดยสารระดับพรีเมียม
  • เน้นเทคโนโลยีและสมรรถนะ
  • มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจำนวนมาก

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ชอบรถ SUV Coupe ไฟฟ้าและต้องการทางเลือกนอกเหนือจากแบรนด์ยุโรปหรือแบรนด์พรีเมียมรายเดิม

7. NETA

NETA เป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าภายใต้ Hozon New Energy ซึ่งสร้างชื่อในประเทศไทยจากรถไฟฟ้าขนาดเล็กราคาเข้าถึงง่าย

รุ่นที่เป็นที่รู้จัก

  • NETA V
  • NETA V-II
  • NETA X

จุดเด่นของ NETA

  • รถไฟฟ้าราคาเริ่มต้นเข้าถึงง่าย
  • เหมาะกับการเดินทางในเมือง
  • รูปแบบการใช้งานไม่ซับซ้อน
  • ช่วยเปิดตลาดรถไฟฟ้าราคาประหยัดในไทย

ข้อควรพิจารณา

ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบสถานะการจำหน่าย ศูนย์บริการ อะไหล่ เงื่อนไขรับประกัน และการดูแลลูกค้าปัจจุบันโดยตรง เนื่องจากสถานการณ์ทางธุรกิจและเครือข่ายของผู้ผลิตรถยนต์อาจเปลี่ยนแปลงได้

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่มองหารถ EV สำหรับใช้ในเมือง แต่ควรตรวจสอบความพร้อมด้านบริการหลังการขายในพื้นที่ก่อนตัดสินใจ

8. CHANGAN

Changan Automobile เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน และเป็นบริษัทแม่ที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์พลังงานใหม่หลายแบรนด์

ในประเทศไทย ผู้บริโภคอาจพบชื่อ DEEPAL และ AVATR เด่นกว่าชื่อ CHANGAN ในฐานะรถยนต์นั่งแต่ละรุ่น

จุดเด่นของ Changan

  • มีประสบการณ์ด้านการผลิตรถยนต์มายาวนาน
  • พัฒนาแพลตฟอร์มรถพลังงานใหม่หลายรูปแบบ
  • มีแบรนด์ย่อยครอบคลุมตลาดทั่วไปและตลาดพรีเมียม
  • ลงทุนสร้างฐานการผลิตในประเทศไทย

เหมาะกับใคร?

ชื่อ Changan เหมาะใช้ทำความเข้าใจบริษัทแม่ ส่วนผู้ซื้อทั่วไปควรเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ผ่านแบรนด์ DEEPAL และ AVATR เป็นหลัก

9. DEEPAL

DEEPAL เป็นแบรนด์รถพลังงานใหม่ในกลุ่ม Changan มีจุดขายด้านการออกแบบทันสมัย ระบบดิจิทัล และแพลตฟอร์มที่รองรับระบบขับเคลื่อนหลายรูปแบบ

รุ่นที่น่าสนใจ

  • DEEPAL S07
  • DEEPAL L07
  • DEEPAL E07

จุดเด่นของ DEEPAL

  • ดีไซน์แบบรถยุคใหม่
  • หน้าจอและระบบดิจิทัลเป็นองค์ประกอบหลักของห้องโดยสาร
  • มีทั้งรถ Sedan, SUV และรถที่ผสมรูปแบบการใช้งานหลายประเภท
  • เน้นตลาดระดับกลางถึงกลางบน

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ชอบงานออกแบบเรียบล้ำ ต้องการ Smart EV และให้ความสำคัญกับพื้นที่ห้องโดยสารและอุปกรณ์เทคโนโลยี

10. AVATR

AVATR เป็นแบรนด์รถไฟฟ้าพรีเมียมที่เกิดจากความร่วมมือในระบบนิเวศของ Changan, CATL และเทคโนโลยีจาก Huawei โดยวางตำแหน่งด้านรถไฟฟ้าอัจฉริยะและการออกแบบระดับสูง

AVATR ระบุภาพลักษณ์ของตนเองว่าเป็นแบรนด์ Luxury EV ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและงานออกแบบ

รุ่นที่น่าสนใจ

  • AVATR 11
  • AVATR 12

จุดเด่นของ AVATR

  • รูปลักษณ์โดดเด่นและแตกต่าง
  • เทคโนโลยีแบตเตอรี่จาก CATL
  • เน้นระบบดิจิทัลและห้องโดยสารอัจฉริยะ
  • วางตำแหน่งระดับพรีเมียม
  • มีทั้งรถ SUV Coupe และซีดานทรง Fastback

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้าพรีเมียม เน้นดีไซน์ เทคโนโลยี และความแตกต่างจากรถตลาดทั่วไป

11. OMODA

OMODA เป็นแบรนด์ในกลุ่ม Chery Automobile โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่ชอบรถดีไซน์ทันสมัยและเทคโนโลยีดิจิทัล

รุ่นที่น่าสนใจ

  • OMODA C5 EV

จุดเด่นของ OMODA

  • งานออกแบบทันสมัย
  • รูปแบบตัวถังเน้น Crossover และ SUV
  • ห้องโดยสารมีอุปกรณ์ดิจิทัล
  • มุ่งเน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ภายนอก เทคโนโลยี และรถ Crossover ไฟฟ้า

12. JAECOO

JAECOO เป็นอีกแบรนด์ในกลุ่ม Chery โดยวางตำแหน่งไปทาง SUV กึ่งพรีเมียมและรถที่มีภาพลักษณ์แข็งแรงกว่า OMODA

เว็บไซต์ OMODA & JAECOO ประเทศไทยนำเสนอรถ SUV ไฟฟ้าและรถพลังงานใหม่ พร้อมช่องทางค้นหาผู้จำหน่ายและทดลองขับอย่างเป็นทางการ

รุ่นที่น่าสนใจ

  • JAECOO 6 EV
  • JAECOO 7 SHS

จุดเด่นของ JAECOO

  • ดีไซน์ SUV ทรงเหลี่ยม
  • ห้องโดยสารให้ความรู้สึกพรีเมียม
  • มีทั้งรถไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริด
  • เน้นการใช้งานแบบครอบครัวและไลฟ์สไตล์

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ชอบ SUV รูปลักษณ์แข็งแรง ต้องการอุปกรณ์ครบ และมองหาทางเลือกระหว่าง EV กับ PHEV

13. XPENG

XPENG เป็นแบรนด์ Smart EV จากจีนที่เน้นซอฟต์แวร์ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ การเชื่อมต่อ และประสบการณ์ภายในห้องโดยสาร

XPENG แต่งตั้งผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยและเริ่มขยายเครือข่ายตั้งแต่ปี 2024 โดยเว็บไซต์ของแบรนด์มีรายชื่อจุดจำหน่ายและบริการในหลายจังหวัด

รุ่นที่น่าสนใจ

  • XPENG G6
  • XPENG X9

จุดเด่นของ XPENG

  • เน้น Smart EV และซอฟต์แวร์
  • ระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ
  • เทคโนโลยีชาร์จเร็วในรถบางรุ่น
  • XPENG X9 เป็น MPV ไฟฟ้าระดับพรีเมียม
  • มีการอัปเดตระบบผ่านซอฟต์แวร์

ข้อควรรู้

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่บางฟังก์ชันอาจแตกต่างกันตามประเทศ ข้อบังคับ แผนที่ และเวอร์ชันซอฟต์แวร์ จึงควรตรวจสอบว่ารถที่ขายในไทยเปิดใช้งานฟังก์ชันใดได้จริง

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์ ระบบเชื่อมต่อ และประสบการณ์แบบรถเทคโนโลยีสูง

14. ZEEKR

ZEEKR เป็นแบรนด์รถไฟฟ้าพรีเมียมในกลุ่ม Geely Holding เน้นสมรรถนะ ความหรูหรา เทคโนโลยี และแพลตฟอร์มไฟฟ้าสมัยใหม่

เว็บไซต์ ZEEKR ประเทศไทยนำเสนอรถตั้งแต่ Compact SUV ไปจนถึง MPV ไฟฟ้าระดับลักชัวรี

รุ่นที่น่าสนใจ

  • ZEEKR X
  • ZEEKR 7X
  • ZEEKR 009

จุดเด่นของ ZEEKR

  • วางตำแหน่งระดับพรีเมียม
  • สมรรถนะมอเตอร์สูงในบางรุ่น
  • ห้องโดยสารและวัสดุมีความหรูหรา
  • มีทั้ง SUV ขนาดกะทัดรัด SUV ขนาดกลาง และ MPV
  • ZEEKR 009 เน้นพื้นที่และความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร
  • ZEEKR 7X มีรุ่นมอเตอร์คู่ที่เน้นสมรรถนะสูง (Zeekr)

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้าพรีเมียม ให้ความสำคัญกับสมรรถนะ การออกแบบ และคุณภาพห้องโดยสาร

15. GEELY

GEELY เป็นหนึ่งในแบรนด์หลักของ Geely Auto และอยู่ในกลุ่มบริษัทเดียวกับ ZEEKR, RIDDARA, Volvo Cars, Polestar และแบรนด์ยานยนต์อื่นอีกหลายราย

ในตลาดไทย GEELY เข้ามาทำตลาดรถยนต์นั่งผ่านผลิตภัณฑ์พลังงานไฟฟ้า โดยมี GEELY EX5 เป็นหนึ่งในรุ่นสร้างการรับรู้

รุ่นที่น่าสนใจ

  • GEELY EX5

จุดเด่นของ GEELY

  • มีประสบการณ์และทรัพยากรจากกลุ่มยานยนต์ขนาดใหญ่
  • พัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีร่วมกันภายในเครือ
  • วางตำแหน่งเข้าถึงง่ายกว่า ZEEKR
  • เน้นรถครอบครัวและการใช้งานทั่วไป

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้าจากกลุ่ม Geely แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกระดับพรีเมียมแบบ ZEEKR

16. RIDDARA

RIDDARA เป็นแบรนด์ในกลุ่ม Geely Holding ที่เน้นรถกระบะไฟฟ้าและยานยนต์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง

รุ่นที่น่าสนใจ

  • RIDDARA RD6

จุดเด่นของ RIDDARA

  • รูปแบบตัวถังรถกระบะไฟฟ้า
  • เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งและการใช้งานไลฟ์สไตล์
  • รองรับการจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกในบางรุ่น
  • ห้องโดยสารให้ความรู้สึกใกล้เคียงรถ SUV มากกว่ารถกระบะแบบดั้งเดิม

ข้อควรพิจารณา

ควรตรวจสอบความสามารถในการบรรทุก การลากจูง ระบบขับเคลื่อน และข้อจำกัดการใช้งานจริง เนื่องจากรถกระบะไฟฟ้าอาจมีลักษณะต่างจากรถกระบะดีเซลที่ผู้ใช้ไทยคุ้นเคย

17. DONGFENG และ FORTHING

Dongfeng Motor เป็นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ของจีน มีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่รถยนต์นั่ง รถเพื่อการพาณิชย์ ไปจนถึงรถบรรทุก

FORTHING เป็นแบรนด์ในเครือ Dongfeng Liuzhou Motor ซึ่งมีรถ MPV, SUV และรถพลังงานใหม่เข้ามาทำตลาดผ่านผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย

รุ่นที่เป็นที่รู้จัก

  • FORTHING Friday
  • FORTHING U-Tour

จุดเด่น

  • มีรถ MPV และ SUV ให้เลือก
  • เน้นพื้นที่ห้องโดยสารและการใช้งานแบบครอบครัว
  • บางรุ่นมีราคาแข่งขันได้เมื่อเทียบกับขนาดรถ

ข้อควรพิจารณา

ควรตรวจสอบจำนวนศูนย์บริการ อะไหล่ ระยะเวลารอซ่อม และเงื่อนไขการรับประกันในพื้นที่ของผู้ซื้อเป็นพิเศษ


แบรนด์จีนแต่ละค่ายเหมาะกับใคร?

เน้นรถไฟฟ้าราคาเข้าถึงง่าย

แบรนด์ที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • BYD
  • MG
  • GAC AION
  • NETA
  • GEELY
  • OMODA

ควรเปรียบเทียบราคาสุทธิ ขนาดแบตเตอรี่ กำลังชาร์จ และบริการหลังการขายร่วมกัน

เน้น SUV และรถครอบครัว

แบรนด์ที่มีตัวเลือกน่าสนใจ ได้แก่

  • BYD
  • GWM
  • DEEPAL
  • JAECOO
  • GAC AION
  • GEELY
  • ZEEKR

ผู้ซื้อควรทดลองนั่งเบาะหลัง ตรวจสอบพื้นที่สัมภาระ และนำสมาชิกในครอบครัวไปทดลองรถจริง

เน้นรถไฟฟ้าพรีเมียม

แบรนด์ที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • DENZA
  • AVATR
  • XPENG
  • ZEEKR
  • HYPTEC

รถกลุ่มนี้มักเด่นด้านวัสดุ สมรรถนะ ระบบชาร์จเร็ว และเทคโนโลยี แต่ควรเปรียบเทียบเครือข่ายบริการกับระดับราคาด้วย

เน้นรถ Hybrid หรือ Plug-in Hybrid

แบรนด์ที่มีเทคโนโลยีด้านนี้ ได้แก่

  • BYD
  • GWM
  • MG
  • JAECOO

รถกลุ่มนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องเดินทางไกลหรือยังไม่สะดวกพึ่งพาการชาร์จไฟเพียงอย่างเดียว

เน้นรถ MPV

ตัวเลือกที่น่าสนใจ ได้แก่

  • BYD M6
  • DENZA D9
  • XPENG X9
  • ZEEKR 009
  • MG Maxus 7 และ Maxus 9
  • FORTHING U-Tour

ควรเปรียบเทียบจำนวนที่นั่ง พื้นที่เมื่อใช้เบาะครบทุกแถว รูปแบบประตู และความสะดวกในการขึ้นลง

รถจีนในไทยมีแบรนด์อะไรบ้าง? รวมแบรนด์รถยนต์จีนยอดนิยม พร้อมจุดเด่นและรุ่นน่าสนใจ

รถจีนคุ้มไหม?

คำตอบคือ รถจีนหลายรุ่นอาจคุ้มค่าเมื่อพิจารณาจากอุปกรณ์ สมรรถนะ และพื้นที่ที่ได้รับเมื่อเทียบกับราคา แต่ความคุ้มค่าไม่ได้เหมือนกันสำหรับผู้ใช้ทุกคน

รถที่มีอุปกรณ์จำนวนมากอาจไม่คุ้มสำหรับผู้ซื้อ หากไม่มีศูนย์บริการใกล้บ้าน อะไหล่รอนาน ระบบซอฟต์แวร์ใช้งานไม่สะดวก หรือราคาขายต่อต่ำกว่าที่คาดไว้

ดังนั้น การพิจารณาว่ารถจีนคุ้มหรือไม่ควรดูทั้งราคาซื้อและประสบการณ์ตลอดอายุการใช้งาน


ข้อดีของรถจีน

เทคโนโลยีและอุปกรณ์ครบ

รถจีนหลายรุ่นให้ระบบช่วยขับ หน้าจอขนาดใหญ่ กล้องรอบคัน หลังคากระจก และฟังก์ชันเชื่อมต่อมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

มีความแข็งแกร่งด้านรถไฟฟ้า

หลายบริษัทสามารถพัฒนาแบตเตอรี่ แพลตฟอร์ม และมอเตอร์ภายในเครือของตนเอง ทำให้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ได้รวดเร็ว

ราคาแข่งขันได้

ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงรถ EV, SUV หรือรถพรีเมียมได้ในระดับราคาที่หลากหลายขึ้น

มีรูปแบบรถใหม่ ๆ

ตลาดมีทั้ง Hatchback ไฟฟ้า SUV Coupe รถกระบะไฟฟ้า และ MPV ระดับลักชัวรี ช่วยเพิ่มทางเลือกนอกเหนือจากรถรูปแบบดั้งเดิม

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนซื้อรถจีน

1. ความมั่นคงของผู้จำหน่าย

ควรตรวจสอบว่าใครเป็นผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย หรือผู้รับผิดชอบบริการหลังการขาย รวมถึงมีแผนลงทุนระยะยาวในประเทศไทยหรือไม่

2. จำนวนและตำแหน่งศูนย์บริการ

จำนวนโชว์รูมไม่จำเป็นต้องเท่ากับจำนวนศูนย์ที่สามารถซ่อมงานสำคัญได้ ควรสอบถามว่าศูนย์ใกล้บ้านรองรับงานแบตเตอรี่ ตัวถัง และระบบไฟฟ้าแรงสูงหรือไม่

3. ความพร้อมของอะไหล่

สอบถามระยะเวลารออะไหล่ที่เปลี่ยนบ่อย เช่น กระจก กันชน ไฟหน้า ชิ้นส่วนช่วงล่าง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

4. เงื่อนไขการรับประกัน

ควรอ่านรายละเอียดของ

  • การรับประกันตัวรถ
  • การรับประกันแบตเตอรี่
  • การรับประกันมอเตอร์
  • เกณฑ์ความเสื่อมของแบตเตอรี่
  • การรับประกันรถที่ใช้เชิงพาณิชย์
  • เงื่อนไขเมื่อขาดการเข้าศูนย์ตามกำหนด
  • การรับประกันอุปกรณ์ชาร์จ

อย่าพิจารณาเฉพาะจำนวนปี เพราะข้อจำกัดระยะทางและข้อยกเว้นมีความสำคัญเช่นกัน

5. มูลค่าขายต่อ

รถจีนและรถ EV หลายรุ่นยังมีประวัติราคาขายต่อในประเทศไทยไม่นานมาก ราคามือสองจึงอาจผันผวนตามการลดราคารถใหม่ สถานะของแบรนด์ และความต้องการในตลาด

6. ความถี่ของการปรับราคา

การแข่งขันที่รุนแรงอาจทำให้ผู้ผลิตปรับราคาและจัดโปรโมชั่นบ่อย ผู้ซื้อควรพิจารณาว่าส่วนลดที่ได้รับเป็นส่วนลดเงินสดจริง หรือผูกกับสินเชื่อ ประกันภัย และเงื่อนไขอื่น

7. มาตรฐานระยะทางของรถ EV

ตัวเลขระยะทางอาจทดสอบด้วยมาตรฐาน NEDC, WLTP หรือ CLTC ซึ่งให้ผลแตกต่างกัน จึงไม่ควรเปรียบเทียบตัวเลขจากคนละมาตรฐานโดยตรง

ระยะทางใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับ

  • ความเร็ว
  • การจราจร
  • อุณหภูมิ
  • การใช้เครื่องปรับอากาศ
  • จำนวนผู้โดยสาร
  • น้ำหนักสัมภาระ
  • ลักษณะเส้นทาง
  • แรงดันลมยาง

8. ความเร็วในการชาร์จ

ควรดูทั้งกำลังชาร์จสูงสุดและลักษณะ Charging Curve เพราะรถที่ระบุกำลังสูงสุดมากอาจไม่ได้รับกำลังระดับนั้นตลอดช่วงการชาร์จ

9. ระบบซอฟต์แวร์

ควรทดลองระบบจริงก่อนซื้อ โดยตรวจสอบ

  • ความเร็วของหน้าจอ
  • การรองรับภาษาไทย
  • ระบบนำทาง
  • การเชื่อมต่อโทรศัพท์
  • ปุ่มควบคุมเครื่องปรับอากาศ
  • แอปพลิเคชันของรถ
  • การอัปเดต OTA
  • ความเสถียรของระบบสั่งงานด้วยเสียง

10. ประกันภัยและค่าซ่อม

ควรขอราคาประกันภัยก่อนซื้อ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าหรือรถพรีเมียม เพราะเบี้ยประกัน ค่าอะไหล่ และเงื่อนไขการซ่อมอาจแตกต่างกันมากในแต่ละรุ่น

รถจีนในไทยมีแบรนด์อะไรบ้าง? รวมแบรนด์รถยนต์จีนยอดนิยม พร้อมจุดเด่นและรุ่นน่าสนใจ

รถจีนกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

แบรนด์จีนมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ทั้งด้านราคา เทคโนโลยี จำนวนรุ่น และการลงทุนภายในประเทศ

การเข้ามาของผู้ผลิตจำนวนมากทำให้ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดจำหน่าย แต่กำลังพัฒนาไปสู่ฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนสำหรับตลาดอาเซียน

BYD มีโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ขณะที่ GWM ใช้โรงงานในจังหวัดระยอง และ Changan รวมถึงผู้ผลิตรายอื่นมีแผนการผลิตหรือการลงทุนในประเทศ การลงทุนเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม จำนวนแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วยังทำให้การแข่งขันรุนแรง ผู้บริโภคจึงควรพิจารณาความสามารถในการดูแลลูกค้าระยะยาวควบคู่กับสเปกและราคา


คำถามที่พบบ่อย

รถจีนในไทยมีแบรนด์อะไรบ้าง?

แบรนด์รถยนต์จากจีนที่เป็นที่รู้จักในตลาดประเทศไทย ได้แก่ BYD, DENZA, MG, GWM, GAC AION, HYPTEC, NETA, CHANGAN, DEEPAL, AVATR, OMODA, JAECOO, XPENG, ZEEKR, GEELY, RIDDARA, DONGFENG และ FORTHING

อย่างไรก็ตาม รายชื่อแบรนด์ รุ่นรถ และสถานะการจำหน่ายอาจเปลี่ยนแปลงตามการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ การปรับแผนธุรกิจ การหยุดจำหน่ายบางรุ่น และการแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย

MG เป็นรถจีนหรือรถอังกฤษ?

MG มีต้นกำเนิดจากประเทศอังกฤษ แต่ปัจจุบันอยู่ภายใต้เครือ SAIC Motor ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีน ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างบริษัทและการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน MG จึงมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มแบรนด์รถยนต์จากจีน แม้แบรนด์จะมีประวัติเริ่มต้นจากอังกฤษก็ตาม

รถจีนดีไหม?

รถยนต์จากจีนหลายรุ่นมีคุณภาพ เทคโนโลยี สมรรถนะ และระบบความปลอดภัยในระดับที่แข่งขันได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตัดสินคุณภาพจากประเทศต้นกำเนิดเพียงอย่างเดียว

ก่อนซื้อควรประเมินเป็นรายรุ่น โดยพิจารณาผลทดสอบความปลอดภัย คุณภาพการประกอบ ความนุ่มนวลในการขับขี่ ความน่าเชื่อถือของระบบขับเคลื่อน ระยะเวลารับประกัน ความพร้อมของอะไหล่ และเครือข่ายบริการหลังการขายร่วมกัน

รถจีนมีเฉพาะรถ EV หรือไม่?

ไม่มีเฉพาะรถ EV เพราะผู้ผลิตรถยนต์จากจีนหลายแบรนด์มีระบบขับเคลื่อนให้เลือกหลายประเภท ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่หรือ BEV, รถไฮบริดหรือ HEV, รถปลั๊กอินไฮบริดหรือ PHEV, รถแบบ Range Extender และรถเครื่องยนต์สันดาป

ตัวอย่างเช่น BYD มีทั้งรถ EV และรถระบบ DM-i ส่วน GWM มีทั้งรถ EV, Hybrid, Plug-in Hybrid และรถเครื่องยนต์ดีเซลในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์

รถจีนยี่ห้อไหนดีที่สุด?

ไม่มีแบรนด์ใดดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ทุกคน เพราะแต่ละค่ายมีจุดเด่น กลุ่มรถ ราคา เทคโนโลยี และเครือข่ายบริการแตกต่างกัน เช่น

• BYD เด่นด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า แบตเตอรี่ และรุ่นรถที่หลากหลาย
• MG มีผลิตภัณฑ์หลายประเภทและทำตลาดในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
• GWM เด่นด้านรถ SUV รถ Hybrid และ Plug-in Hybrid
• GAC AION เด่นด้านรถ EV และพื้นที่ห้องโดยสาร
• DEEPAL เด่นด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และรถพลังงานไฟฟ้า
• XPENG เด่นด้านซอฟต์แวร์ ระบบช่วยขับ และเทคโนโลยีภายในรถ
• ZEEKR, AVATR และ DENZA วางตำแหน่งในกลุ่มรถพรีเมียม
• JAECOO เด่นด้านรถ SUV และระบบ Plug-in Hybrid

รถที่เหมาะที่สุดควรสอดคล้องกับงบประมาณ ระยะทางที่ใช้งาน รูปแบบการชาร์จ จำนวนผู้โดยสาร ความต้องการด้านสมรรถนะ และความพร้อมของศูนย์บริการในพื้นที่

รถจีนเหมาะกับใคร?

รถยนต์จากจีนอาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการ

• เทคโนโลยีและอุปกรณ์ภายในรถที่หลากหลาย
• รถยนต์ไฟฟ้าหรือรถปลั๊กอินไฮบริด
• ความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบราคาและอุปกรณ์
• ดีไซน์ภายนอกและห้องโดยสารที่ทันสมัย
• ทางเลือกเพิ่มเติมจากแบรนด์รถยนต์ดั้งเดิม

ส่วนผู้ที่ให้ความสำคัญกับราคาขายต่อ เครือข่ายศูนย์บริการขนาดใหญ่ ความพร้อมของอะไหล่ หรือข้อมูลความทนทานระยะยาว ควรตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละแบรนด์และแต่ละรุ่นอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

ก่อนซื้อรถจีนควรทดลองและตรวจสอบอะไรบ้าง?

ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรทดลองขับและตรวจสอบอย่างน้อยดังนี้

• ทัศนวิสัยรอบคันและตำแหน่งการนั่ง
• ความนุ่มนวลของช่วงล่าง
• เสียงลม เสียงยาง และเสียงจากช่วงล่าง
• การตอบสนองของคันเร่งและระบบเบรก
• ความนุ่มนวลของ Regenerative Braking
• การใช้งานหน้าจอ ระบบนำทาง และเครื่องปรับอากาศ
• พื้นที่เบาะหลังและพื้นที่เก็บสัมภาระ
• การทำงานของระบบช่วยขับ ADAS
• ความสะดวกในการเข้าศูนย์บริการ
• ระยะเวลารับประกันรถและแบตเตอรี่
• ราคาเบี้ยประกันภัยและค่าใช้จ่ายด้านอะไหล่
• ความพร้อมในการติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน

นอกจากนี้ ควรขอใบเสนอราคา ตารางค่าใช้จ่าย เงื่อนไขการรับประกัน และรายละเอียดของแถมหรือโปรโมชั่นเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนจองรถ


สรุป

ตลาดรถจีนในประเทศไทยไม่ได้มีเพียงรถไฟฟ้าราคาประหยัดอีกต่อไป แต่ครอบคลุมแทบทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ City Car, Hatchback, Sedan, SUV, รถกระบะไฟฟ้า ไปจนถึง MPV ระดับลักชัวรี

แบรนด์ตลาดวงกว้างอย่าง BYD, MG, GWM, GAC AION, GEELY และ DEEPAL มีตัวเลือกสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ขณะที่ DENZA, AVATR, XPENG, ZEEKR และ HYPTEC เน้นกลุ่มที่ต้องการเทคโนโลยี สมรรถนะ และความพรีเมียมมากขึ้น

รถจีนหลายรุ่นมีจุดเด่นด้านอุปกรณ์ ระบบขับเคลื่อน และราคาที่แข่งขันได้ แต่การตัดสินใจไม่ควรดูเฉพาะจำนวนฟีเจอร์หรือส่วนลด ผู้ซื้อควรพิจารณาความมั่นคงของผู้จำหน่าย ศูนย์บริการ อะไหล่ การรับประกัน ประกันภัย และมูลค่าขายต่อร่วมด้วย

รถที่คุ้มค่าที่สุดจึงไม่จำเป็นต้องเป็นรถที่ถูกที่สุดหรือมีสเปกสูงที่สุด แต่เป็นรถที่เหมาะกับรูปแบบการใช้งานและสามารถได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่เป็นเจ้าของ

แหล่งอ้างอิง

  • สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน. ข้อมูลการส่งเสริมการลงทุนและอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน. https://www.boi.go.th
  • BYD. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ BYD ประเทศไทย. BYD Thailand. https://www.byd.com/th
  • RÊVER Automotive. ข้อมูลรถยนต์ BYD ข่าวสาร และบริการสำหรับลูกค้าในประเทศไทย. RÊVER Automotive. https://www.reverautomotive.com
  • DENZA. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ DENZA ประเทศไทย. DENZA Thailand. https://www.denza.com/th
  • MG. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ MG ประเทศไทย. MG Thailand. https://www.mgcars.com/th
  • GWM. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย. GWM Thailand. https://www.gwm.co.th
  • GAC AION. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ GAC AION ประเทศไทย. GAC AION Thailand. https://www.aionauto.com/th-th
  • HYPTEC. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ HYPTEC ประเทศไทย. HYPTEC Thailand. https://www.hyptec.com/th-th
  • NETA. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ NETA ประเทศไทย. NETA Thailand. https://www.neta.co.th
  • CHANGAN. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ CHANGAN ประเทศไทย. CHANGAN Thailand. https://www.changan.co.th
  • DEEPAL. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ DEEPAL ประเทศไทย. DEEPAL Thailand. https://www.deepal.com/th
  • AVATR. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ AVATR ประเทศไทย. AVATR Thailand. https://www.avatr.com/th
  • OMODA & JAECOO. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ OMODA และ JAECOO ประเทศไทย. OMODA & JAECOO Thailand. https://www.omodajaecoo.co.th
  • XPENG. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ XPENG ประเทศไทย. XPENG Thailand. https://www.xpeng.com/th
  • ZEEKR. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ ZEEKR ประเทศไทย. ZEEKR Thailand. https://www.zeekrlife.com/th-th
  • GEELY. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ GEELY ประเทศไทย. GEELY Thailand. https://www.geely.co.th
  • RIDDARA. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ RIDDARA ประเทศไทย. RIDDARA Thailand. https://www.riddara.com/th
  • FORTHING. เว็บไซต์ทางการของรถยนต์ FORTHING ประเทศไทย. FORTHING Thailand. https://www.forthingthailand.com

ข้อมูลปรับปรุง ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2026 รายชื่อรุ่น ราคา โปรโมชั่น และสถานะการจำหน่ายอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบข้อมูลจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

จุดที่เพิ่มจากบทความเดิมคือ DENZA, HYPTEC, AVATR, GEELY, RIDDARA และกลุ่ม DONGFENG พร้อมแก้ความสัมพันธ์ของบริษัทแม่ เพิ่มตารางเปรียบเทียบ และเพิ่มหัวข้อพิจารณาก่อนซื้อให้ครอบคลุมทั้งบริการหลังการขาย แบตเตอรี่ ซอฟต์แวร์ ประกันภัย และราคาขายต่อครับ

ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ

อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า Denza รถยนต์ไฟฟ้าหรูที่ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและสมรรถนะขั้นสุด ติดต่อ Denza BD Ultimate ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาและบริการครบวงจร

Denza BD Ultimate

Denza BD Ultimate

ทีมผู้เขียนและตรวจสอบข้อมูล

ป้ายกำกับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Denza D9 - Denza BD Ultimate

ยอดจดทะเบียน DENZA D9 ในไทย ปี 2025-2026 พร้อมอันดับตลาด MPV

DENZA D9 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ระด...
Denza shared

DENZA D9 และ ZEEKR 009 เปรียบเทียบราคา สเปก ระยะทาง และเบาะ ...

DENZA D9 และ ZEEKR 009 เป็นรถ MPV ไฟฟ้...
Denza shared

ซื้อรถไฟฟ้าต้องมีเงินเดือนเท่าไร? คำนวณค่างวด ค่าใช้จ่าย และ...

คำถามว่า ซื้อรถไฟฟ้าต้องมีเงินเดือนเท่...
Denza shared

DENZA D9 และ Toyota Alphard เปรียบเทียบราคา พื้นที่ ความสบาย...

DENZA D9 และ Toyota Alphard เป็นรถ MPV...
Denza shared

รถไฟฟ้า 7 ที่นั่ง รุ่นไหนดี เปรียบเทียบราคา ระยะทาง และพื้นท...

ตลาด รถไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ในประเทศไทยมีตั...
denza new shade

ตารางผ่อน DENZA D9 เช็กเงินดาวน์และค่างวดแต่ละรุ่น

DENZA D9 เป็นรถ MPV พลังงานไฟฟ้าระดับพ...
so glow

รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในภูเก็ต เลือกรุ่นไหนดี? คู่มือเลือก EV ห...

ภูเก็ตเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความต้องก...
so glow

ศูนย์บริการ DENZA ภาคใต้ มีที่ไหนบ้าง? เช็กสาขาใกล้คุณก่อนเข...

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมอย่าง D...