ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle: EV ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น การเดินทางไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกเส้นทางที่เร็วที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพิจารณาระยะทางคงเหลือ ตำแหน่งสถานีชาร์จ กำลังชาร์จ และเวลาที่ต้องใช้ระหว่างทางด้วย
สำหรับการเดินทางในเมือง ผู้ขับอาจชาร์จรถที่บ้านและใช้งานได้หลายวันโดยไม่ต้องแวะสถานีสาธารณะ แต่เมื่อต้องเดินทางต่างจังหวัดหรือใช้เส้นทางที่ไม่คุ้นเคย การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยลดโอกาสที่แบตเตอรี่จะเหลือน้อยเกินไป สถานีชาร์จเต็ม หรือพบหัวชาร์จที่ไม่รองรับรถ
บทความนี้ DENZA BD Ultimate รวบรวมวิธีวางแผนเส้นทางรถ EV ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง การเลือกสถานีชาร์จ การประเมินพลังงาน ไปจนถึงการเตรียมแผนสำรอง เพื่อให้ทุกทริปสะดวกและมั่นใจมากขึ้น
หัวข้อ

ทำไมต้องวางแผนเส้นทางรถ EV
รถยนต์ไฟฟ้าสามารถเดินทางไกลได้ แต่รูปแบบการเติมพลังงานแตกต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาป
การเติมน้ำมันมักใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ขณะที่การชาร์จไฟอาจใช้เวลาตั้งแต่ประมาณครึ่งชั่วโมงไปจนถึงหลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับประเภทเครื่องชาร์จ กำลังที่รถรองรับ ระดับแบตเตอรี่ และอุณหภูมิของระบบ
นอกจากนี้ สถานีชาร์จแต่ละแห่งอาจมีความแตกต่างกันในด้าน
- ประเภทหัวชาร์จ
- กำลังไฟ
- จำนวนช่องจอด
- เวลาเปิดให้บริการ
- ระบบชำระเงิน
- สถานะการใช้งาน
- สิ่งอำนวยความสะดวก
- ข้อจำกัดด้านความสูงหรือขนาดรถ
การวางแผนล่วงหน้าจึงช่วยให้ผู้ขับสามารถ
- เลือกจุดชาร์จที่รองรับรถ
- หลีกเลี่ยงการใช้แบตเตอรี่จนเหลือน้อยเกินไป
- เตรียมสถานีสำรอง
- ประเมินเวลาเดินทางได้แม่นยำขึ้น
- รวมเวลาชาร์จกับเวลาพัก
- ลดการเดินทางออกนอกเส้นทางโดยไม่จำเป็น

ข้อมูลที่ต้องรู้เกี่ยวกับรถก่อนเดินทาง
ก่อนเริ่มวางเส้นทาง ผู้ขับควรรู้ข้อมูลพื้นฐานของรถคันที่ใช้งาน
ระยะทางที่ใช้งานได้จริง
ตัวเลขระยะทางจากผู้ผลิตเป็นผลจากการทดสอบตามมาตรฐาน เช่น NEDC, WLTP หรือ CLTC ซึ่งอาจแตกต่างจากการใช้งานจริง
ควรอ้างอิงจากประสบการณ์การขับของตนเอง เช่น รถใช้พลังงานเฉลี่ยกี่กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร เมื่อขับในเมืองและบนทางหลวง
ความจุแบตเตอรี่ที่ใช้ได้
รถบางรุ่นแสดงความจุรวมของแบตเตอรี่ ขณะที่พลังงานที่ผู้ขับนำมาใช้จริงอาจน้อยกว่า เนื่องจากระบบต้องกันพลังงานบางส่วนไว้เพื่อป้องกันแบตเตอรี่
สำหรับการวางแผนทั่วไป ผู้ขับสามารถใช้ข้อมูลระยะทางจริงจากหน้าจอรถร่วมกับอัตราสิ้นเปลืองที่ผ่านมา โดยไม่จำเป็นต้องคำนวณจากความจุแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว
กำลังชาร์จสูงสุดของรถ
เครื่องชาร์จที่มีกำลัง 180 กิโลวัตต์ไม่ได้หมายความว่ารถทุกคันจะรับไฟได้ 180 กิโลวัตต์ รถจะรับกำลังได้ไม่เกินขีดจำกัดของระบบแบตเตอรี่และซอฟต์แวร์ของรุ่นนั้น
ตัวอย่างเช่น หากรถรองรับ DC สูงสุด 100 กิโลวัตต์ เมื่อนำไปต่อกับเครื่องชาร์จ 180 กิโลวัตต์ กำลังที่ได้รับโดยทั่วไปจะไม่เกินระดับที่รถสามารถรับได้
ประเภทหัวชาร์จ
ควรตรวจสอบว่ารถรองรับหัวชาร์จประเภทใด ทั้งการชาร์จ AC และ DC
สถานี PEA VOLTA ในประเทศไทยแสดงข้อมูลหัวชาร์จ เช่น AC Type 2, CHAdeMO และ CCS2 ในรายละเอียดของแต่ละสถานี ผู้ใช้จึงควรเลือกตัวกรองให้ตรงกับรถก่อนเดินทาง
เส้นกราฟการชาร์จ
รถ EV ไม่ได้รับกำลังชาร์จสูงสุดตลอดช่วง 0-100% โดยทั่วไปกำลังจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามระดับแบตเตอรี่และอุณหภูมิ
หลายรุ่นชาร์จได้เร็วในช่วงระดับแบตเตอรี่ต่ำถึงปานกลาง ก่อนลดกำลังลงเมื่อแบตเตอรี่เข้าใกล้เต็ม ดังนั้นการชาร์จระหว่างเดินทางจนถึงระดับที่เพียงพอไปยังจุดหมายหรือสถานีถัดไป อาจใช้เวลาน้อยกว่าการรอจนถึง 100%
วิธีวางแผนเส้นทางรถ EV
1. ระบุระยะทางทั้งหมด
เริ่มจากกำหนดจุดต้นทาง ปลายทาง และจุดแวะที่จำเป็น เช่น โรงแรม ร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยว
จากนั้นตรวจสอบ
- ระยะทางรวม
- ระยะทางของแต่ละช่วง
- สภาพเส้นทาง
- ทางขึ้นเขาหรือทางลาดชัน
- พื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น
- เส้นทางสำรอง
อย่าพิจารณาเฉพาะเส้นทางขาไป หากต้องเดินทางกลับภายในวันเดียวกัน ควรวางแผนพลังงานและจุดชาร์จสำหรับขากลับพร้อมกันด้วย
2. ประเมินระยะทางที่รถวิ่งได้จริง
ไม่ควรใช้ตัวเลขระยะทางสูงสุดจากโฆษณาเป็นระยะที่ต้องขับให้ครบก่อนชาร์จ
ควรเผื่อพลังงานสำหรับ
- การค้นหาสถานี
- การเปลี่ยนไปยังสถานีสำรอง
- รถติด
- การขึ้นทางชัน
- การเปิดเครื่องปรับอากาศ
- เส้นทางที่ต้องอ้อม
- เหตุการณ์ฉุกเฉิน
ตัวอย่างเช่น หากรถแสดงระยะทางคงเหลือ 200 กิโลเมตร ไม่ควรวางแผนให้สถานีถัดไปอยู่ห่าง 195 กิโลเมตร เพราะตัวเลขบนหน้าจออาจเปลี่ยนตามความเร็วและสภาพการขับขี่
3. เลือกสถานีหลักและสถานีสำรอง
แต่ละช่วงของเส้นทางควรมี
- สถานีหลักที่ตั้งใจใช้
- สถานีสำรองก่อนถึงสถานีหลัก
- สถานีสำรองหลังสถานีหลัก
การมีสถานีสำรองเพียงแห่งเดียวแต่ต้องขับย้อนกลับไกลอาจไม่เพียงพอ ควรเลือกจุดที่อยู่บนเส้นทางหรือออกนอกเส้นทางไม่มาก
4. ตรวจสอบสถานีก่อนออกเดินทาง
ในวันเดินทางควรเปิดแอปของผู้ให้บริการเพื่อตรวจสอบ
- สถานะหัวชาร์จ
- จำนวนหัวที่ใช้งานได้
- กำลังไฟ
- เวลาเปิดให้บริการ
- การจองคิว
- วิธีชำระเงิน
- ประกาศปิดปรับปรุง
- รีวิวหรือรายงานปัญหาล่าสุด
แอป PEA VOLTA สามารถค้นหาสถานีใกล้เคียงและแสดงสถานะการให้บริการแบบเรียลไทม์ได้ ส่วน EleXA ใช้ค้นหาสถานี วางแผนการเดินทาง และรองรับการจองในจุดที่มีบริการดังกล่าว
5. ตรวจสอบอีกครั้งก่อนถึงสถานี
สถานะสถานีอาจเปลี่ยนระหว่างการเดินทาง เมื่อเหลือระยะก่อนถึงจุดชาร์จพอสมควร ควรตรวจสอบอีกครั้งว่าหัวยังใช้งานได้หรือมีผู้ใช้จำนวนมากหรือไม่
ผู้โดยสารสามารถช่วยตรวจสอบแทนได้ แต่ผู้ขับไม่ควรใช้งานโทรศัพท์ขณะควบคุมรถ
วิธีเลือกสถานีชาร์จให้เหมาะกับเส้นทาง
การเลือกสถานีไม่ควรดูเพียงว่าอยู่ใกล้ที่สุด แต่ควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน
ความเข้ากันได้กับรถ
ตรวจสอบประเภทหัวชาร์จและกำลังไฟที่รถรองรับ หากสถานีมีเฉพาะหัวที่ไม่ตรงกับรถ ก็ไม่สามารถใช้งานได้แม้จะอยู่ใกล้เส้นทาง
จำนวนหัวชาร์จ
สถานีที่มีหัวชาร์จหลายช่องอาจมีโอกาสรอคิวน้อยกว่าสถานีที่มีเพียงหนึ่งช่อง แต่ควรตรวจสอบว่าหัวแต่ละช่องสามารถทำงานพร้อมกันได้หรือมีการแบ่งกำลังหรือไม่
กำลังชาร์จ
กำลังชาร์จสูงช่วยลดเวลาได้เมื่อรถรองรับ แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกสถานีที่มีกำลังสูงที่สุดทุกครั้ง
หากตั้งใจพักรับประทานอาหารเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง เครื่องชาร์จที่มีกำลังต่ำกว่าแต่มีที่จอดสะดวกและไม่ต้องรอคิวอาจเหมาะกว่า
ความน่าเชื่อถือของสถานี
ดูรายงานล่าสุดจากผู้ใช้และตรวจสอบว่ามีปัญหาการเชื่อมต่อ การชำระเงิน หรือหัวชาร์จเสียบ่อยหรือไม่
PlugShare แสดงข้อมูลสถานี ภาพถ่าย และรีวิวจากชุมชนผู้ใช้ รวมถึงสามารถกรองตามประเภทหัวและกำลังชาร์จได้ แต่สถานะจากชุมชนควรใช้ประกอบกับข้อมูลในแอปของผู้ให้บริการสถานีโดยตรง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ควรพิจารณาว่าสถานีมี
- ห้องน้ำ
- ร้านอาหาร
- ร้านสะดวกซื้อ
- พื้นที่พัก
- แสงสว่าง
- หลังคา
- การรักษาความปลอดภัย
- เวลาเปิดปิดที่เหมาะสม
การเลือกจุดที่ผู้โดยสารสามารถพักหรือรับประทานอาหารได้จะทำให้เวลาชาร์จเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางแทนที่จะเป็นเวลารอ
AC Charger กับ DC Fast Charger ต่างกันอย่างไร?
AC Charger
เครื่องชาร์จ AC ส่งไฟฟ้ากระแสสลับเข้าสู่รถ จากนั้นเครื่องชาร์จภายในรถจะเปลี่ยนเป็นไฟฟ้ากระแสตรงเพื่อเก็บไว้ในแบตเตอรี่
เหมาะสำหรับ
- ชาร์จที่บ้าน
- ชาร์จที่โรงแรม
- จอดทำงานหลายชั่วโมง
- จอดค้างคืน
- จุดหมายที่ใช้เวลานาน
ความเร็วขึ้นอยู่กับทั้งกำลังของเครื่องและขีดจำกัด AC On-board Charger ของรถ
DC Fast Charger
เครื่องชาร์จ DC ส่งไฟกระแสตรงเข้าสู่แบตเตอรี่ผ่านระบบควบคุมของรถ จึงสามารถใช้กำลังสูงกว่า AC ได้โดยทั่วไป
เหมาะสำหรับ
- การเดินทางไกล
- การแวะพักระหว่างทาง
- การเติมพลังงานในเวลาจำกัด
เวลา “20-60 นาที” ไม่ใช่ค่าที่ใช้ได้กับรถทุกคัน เพราะขึ้นอยู่กับกำลังที่รถรับได้ ขนาดแบตเตอรี่ ระดับประจุเริ่มต้น อุณหภูมิ และเส้นกราฟการชาร์จ
คำนวณระยะทางและแบตเตอรี่อย่างไร?
วิธีประเมินจากอัตราสิ้นเปลือง
หากรถมีแบตเตอรี่ใช้งานได้ 80 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 20 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร ระยะทางตามการคำนวณเบื้องต้นจะเป็น:
ระยะทางประมาณ = พลังงานที่ใช้ได้ ÷ อัตราสิ้นเปลือง × 100
ดังนั้น:
80 ÷ 20 × 100 = 400 กิโลเมตร
ตัวเลขนี้เป็นเพียงค่าประมาณภายใต้การใช้พลังงานเฉลี่ย 20 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตรเท่านั้น
หากขับเร็วขึ้น ขึ้นเขา บรรทุกหนัก หรือใช้เครื่องปรับอากาศมาก อัตราสิ้นเปลืองอาจเพิ่มเป็น 24 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร ระยะทางโดยประมาณจะลดลงเหลือ:
80 ÷ 24 × 100 = ประมาณ 333 กิโลเมตร
ควรเหลือแบตเตอรี่เท่าไรเมื่อถึงสถานี
ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกสถานการณ์
สำหรับเส้นทางที่มีสถานีจำนวนมาก ผู้ขับที่คุ้นเคยกับรถอาจวางแผนมาถึงด้วยระดับแบตเตอรี่ค่อนข้างต่ำได้ แต่เส้นทางภูเขา พื้นที่ห่างไกล หรือช่วงกลางคืนควรมีพลังงานสำรองมากกว่า
แนวทางที่รอบคอบคือเลือกระดับสำรองให้เพียงพอเดินทางไปยังสถานีถัดไปหรือพื้นที่ปลอดภัยได้ หากสถานีหลักใช้งานไม่ได้ ไม่ควรถือว่า 15% หรือ 20% เป็นกฎตายตัวสำหรับทุกทริป
ใช้ค่าประมาณจากรถร่วมกับการคำนวณ
ระบบนำทางของรถบางรุ่นสามารถคาดการณ์ระดับแบตเตอรี่เมื่อถึงจุดหมาย โดยคำนึงถึงเส้นทางและการใช้พลังงาน
ระหว่างเดินทางควรสังเกตว่าระดับแบตเตอรี่ที่คาดว่าจะเหลือเมื่อถึงสถานีกำลังลดลงเร็วกว่าที่วางแผนหรือไม่ หากลดลงต่อเนื่องควร
- ลดความเร็วอย่างปลอดภัย
- เลือกสถานีที่ใกล้ขึ้น
- ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น
- หลีกเลี่ยงการรอจนแบตเตอรี่เข้าสู่ระดับวิกฤต
แอปวางแผนเส้นทางและค้นหาสถานีชาร์จ
ควรติดตั้งและลงทะเบียนแอปที่จำเป็นก่อนออกเดินทาง ไม่ควรรอสมัครเมื่อเดินทางถึงสถานีแล้ว เพราะอาจพบปัญหาการยืนยันตัวตน สัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือวิธีชำระเงิน
1. EleXA
แพลตฟอร์มของ EGAT ใช้ค้นหาสถานี EleX by EGAT และข้อมูลจุดชาร์จในเครือข่าย พร้อมบริการวางแผนการเดินทางและการจองตามสถานีที่รองรับ
EleXA ยังมีการแบ่งปันข้อมูลตำแหน่งและสถานะสถานีกับเครือข่ายบางราย เช่น PEA VOLTA, MEA EV, EV Station PluZ และ EA Anywhere แต่การเห็นสถานีในแอปไม่ได้หมายความว่าจะเริ่มชาร์จหรือชำระเงินข้ามเครือข่ายได้ทุกแห่ง ผู้ใช้ควรตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละสถานี
2. PEA VOLTA
ใช้ค้นหาสถานี ตรวจสอบประเภทหัวชาร์จและสถานะ พร้อมควบคุมการชาร์จผ่านแอป
เว็บไซต์ PEA VOLTA ระบุว่ามีเครือข่ายครอบคลุมหลายจังหวัด แต่จำนวนสถานีและสถานะอาจเปลี่ยนแปลง จึงควรตรวจสอบจากแอปในวันเดินทาง
3. EV Station PluZ
แอปของ EV Station PluZ รองรับการค้นหา จอง เริ่มชาร์จ และชำระเงินตามบริการที่สถานีรองรับ
4. PlugShare
เหมาะสำหรับค้นหาสถานีหลายเครือข่าย อ่านรีวิว ดูภาพทางเข้า และตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวก
อย่างไรก็ตาม ควรเปิดแอปของผู้ให้บริการจริงเพื่อตรวจสอบสถานะล่าสุดและเริ่มการชาร์จ
ระบบนำทางของรถ
รถ EV บางรุ่นสามารถแนะนำจุดชาร์จ คาดการณ์ระดับแบตเตอรี่ปลายทาง หรือปรับอุณหภูมิแบตเตอรี่ก่อนถึงสถานีได้
หากรถมีระบบดังกล่าว ควรตั้งสถานีชาร์จเป็นจุดหมายในระบบนำทางของรถ ไม่ใช่นำทางไปยังสถานที่ข้างเคียง เพราะฟังก์ชันเตรียมอุณหภูมิแบตเตอรี่อาจทำงานเฉพาะเมื่อระบบรับรู้ว่ากำลังเดินทางไปยังเครื่องชาร์จ
วางแผนจุดพักให้สอดคล้องกับเวลาชาร์จ
การเดินทางไกลควรหยุดพักเป็นระยะอยู่แล้ว จึงสามารถรวมเวลาชาร์จกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น:
- รับประทานอาหาร
- เข้าห้องน้ำ
- ซื้อเครื่องดื่ม
- พักสายตา
- ยืดเหยียดร่างกาย
- แวะสถานที่ท่องเที่ยว
- ชาร์จค้างคืนที่โรงแรม
การเลือกจุดชาร์จควรสัมพันธ์กับเวลาที่ต้องการพัก หากจะแวะเพียงสั้น ๆ ควรเลือก DC Charger ที่รถรองรับกำลังได้ดี หากพักค้างคืน AC Charger อาจเพียงพอและลดความจำเป็นในการแวะชาร์จเร็วในวันถัดไป
ตรวจสอบรถก่อนออกเดินทาง
ระดับแบตเตอรี่
ชาร์จให้เหมาะกับเส้นทางและคำแนะนำของผู้ผลิต การชาร์จเต็ม 100% อาจเหมาะเมื่อจำเป็นต้องใช้ระยะทางสูงสุดทันที แต่ไม่จำเป็นสำหรับทุกทริป
ยางและแรงดันลม
แรงดันลมยางที่ต่ำกว่ากำหนดเพิ่มแรงต้านการหมุน ส่งผลต่อการควบคุมรถและการใช้พลังงาน
ตรวจสอบ:
- แรงดันลมยาง
- สภาพดอกยาง
- รอยแตกหรือความเสียหาย
- ชุดปะยางหรืออุปกรณ์ฉุกเฉิน
ระบบเบรก
แม้รถ EV จะใช้ระบบชะลอความเร็วและนำพลังงานกลับ แต่ระบบเบรกแบบเสียดทานยังมีความสำคัญต่อความปลอดภัย ต้องตรวจสอบตามระยะที่ผู้ผลิตกำหนด
ระบบปรับอากาศ
ตรวจสอบว่าระบบทำความเย็นทำงานปกติ โดยเฉพาะการเดินทางในสภาพอากาศร้อน เพราะระบบปรับอากาศมีผลทั้งต่อความสบายและการใช้พลังงาน
ซอฟต์แวร์และแอป
ไม่ควรเริ่มอัปเดตซอฟต์แวร์ครั้งใหญ่ก่อนออกเดินทางทันที ควรอัปเดตล่วงหน้าและตรวจสอบว่าระบบทำงานปกติ
ควรเตรียม:
- แอปผู้ให้บริการสถานี
- วิธีชำระเงิน
- รหัสผ่าน
- โทรศัพท์ที่มีแบตเตอรี่เพียงพอ
- สายชาร์จโทรศัพท์
- หมายเลขช่วยเหลือของรถและสถานี
ปัจจัยที่ทำให้ระยะทางรถ EV ลดลง
ความเร็วสูง
เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น แรงต้านอากาศจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก การขับด้วยความเร็วสูงต่อเนื่องจึงใช้พลังงานมากกว่าการขับด้วยความเร็วปานกลาง
การขึ้นทางชัน
การขึ้นเขาต้องใช้พลังงานเพิ่ม แม้รถจะนำพลังงานบางส่วนกลับคืนระหว่างลงเขา แต่ไม่สามารถกู้คืนพลังงานทั้งหมดได้
น้ำหนักบรรทุก
ผู้โดยสารและสัมภาระจำนวนมากเพิ่มพลังงานที่ต้องใช้ในการเร่งรถและขึ้นทางลาดชัน
เครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์ภายในรถ
ระบบปรับอากาศใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิภายนอกแตกต่างจากอุณหภูมิที่ตั้งไว้มาก
อุณหภูมิ
อุณหภูมิที่สูงหรือต่ำมากมีผลต่อประสิทธิภาพของแบตเตอรี่และการใช้พลังงานของระบบควบคุมอุณหภูมิ งานวิจัยของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ พบว่ารถ EV มีความไวต่อสภาพอากาศหนาวในด้านระยะทางและการใช้พลังงานมากกว่ารถเครื่องยนต์สันดาป
ในประเทศไทย ผลกระทบมักเกี่ยวข้องกับอากาศร้อน การจอดกลางแดด และการใช้เครื่องปรับอากาศมากกว่าอุณหภูมิติดลบ
ฝนและพื้นถนนเปียก
ฝน ลม และน้ำบนผิวถนนอาจเพิ่มแรงต้าน ขณะที่ผู้ขับควรลดความเร็วเพื่อความปลอดภัย ไม่ควรพยายามรักษาระยะทางด้วยการขับที่ไม่เหมาะกับสภาพถนน
เทคนิคประหยัดพลังงานระหว่างเดินทาง
รักษาความเร็วให้สม่ำเสมอ
หลีกเลี่ยงการเร่งแรงและเบรกกะทันหันโดยไม่จำเป็น การรักษาความเร็วต่อเนื่องช่วยลดการสูญเสียพลังงาน
เว้นระยะจากรถคันหน้า
การเว้นระยะช่วยให้ลดความเร็วได้อย่างนุ่มนวลและใช้ระบบ Regenerative Braking ได้มีประสิทธิภาพขึ้น
ใช้โหมด Eco ตามความเหมาะสม
โหมด Eco มักลดความไวของคันเร่งและปรับการใช้พลังงานของบางระบบ แต่ไม่ได้เพิ่มระยะทางเท่ากันในทุกสภาพ
ตั้งอุณหภูมิอย่างเหมาะสม
ไม่จำเป็นต้องปิดเครื่องปรับอากาศจนกระทบความปลอดภัยหรือสมาธิของผู้ขับ ควรตั้งอุณหภูมิที่สบายและใช้ระบบหมุนเวียนอากาศตามความเหมาะสม
ลดสัมภาระที่ไม่จำเป็น
น้ำหนักและอุปกรณ์ที่เพิ่มแรงต้านอากาศ เช่น กล่องสัมภาระบนหลังคา อาจเพิ่มการใช้พลังงาน
ใช้ระบบนำทางของรถ
หากระบบสามารถคำนวณระดับแบตเตอรี่เมื่อถึงจุดหมายได้ ควรติดตามค่าประมาณและปรับแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ
ควรเผื่อเวลาเท่าไร?
ไม่จำเป็นต้องเผื่อเวลา 20-40% สำหรับทุกการเดินทาง เพราะอาจมากหรือน้อยเกินไปตามเส้นทาง
ควรคำนวณจาก
- จำนวนครั้งที่ต้องชาร์จ
- เวลาชาร์จที่คาดการณ์
- เวลาที่ใช้เดินออกนอกเส้นทาง
- ช่วงเวลาที่สถานีมีผู้ใช้มาก
- ระยะทางไปยังสถานีสำรอง
- เวลาพักของผู้ขับและผู้โดยสาร
- สภาพการจราจร
ตัวอย่าง หากระบบประเมินว่าต้องชาร์จสองครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที ควรเพิ่มเวลาสำหรับเข้าออกสถานี การเริ่มชาร์จ และโอกาสรอคิว ไม่ควรนับเพียงเวลาเสียบหัวชาร์จ
ทำอย่างไรเมื่อสถานีชาร์จใช้ไม่ได้
อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือน้อยเกินไป
พลังงานสำรองควรเพียงพอสำหรับเดินทางไปสถานีอื่น การวางแผนสำรองตั้งแต่ต้นมีประโยชน์กว่าการค้นหาสถานีเมื่อแบตเตอรี่เข้าสู่ระดับต่ำมากแล้ว
ตรวจสอบหัวอื่นในสถานี
บางครั้งปัญหาอาจเกิดเฉพาะหัวชาร์จหนึ่งช่อง ให้ตรวจสอบหัวอื่นที่รองรับรถ แต่ไม่ควรถอดหัวชาร์จจากรถของผู้อื่นหรือกีดขวางพื้นที่
ติดต่อศูนย์บริการของเครือข่าย
หมายเลขติดต่อมักอยู่บนตู้ชาร์จหรือในแอป เจ้าหน้าที่อาจช่วยรีเซ็ตเครื่อง ตรวจสอบบัญชี หรือแนะนำสถานีใกล้เคียงได้
ลดการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม
หากต้องไปยังสถานีสำรอง
- ขับด้วยความเร็วที่ปลอดภัยและสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการเร่งแรง
- เลือกเส้นทางที่สั้นและปลอดภัย
- ลดอุปกรณ์ใช้ไฟที่ไม่จำเป็น
- ไม่ปิดระบบที่จำเป็นต่อทัศนวิสัยหรือความปลอดภัย
ใช้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน
หากรถไม่สามารถเดินทางต่อได้ ให้จอดในพื้นที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉินตามความเหมาะสม และติดต่อบริการช่วยเหลือของผู้ผลิตหรือบริษัทประกัน
ไม่ควรลากรถ EV ด้วยวิธีที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ผลิต เพราะอาจทำให้ระบบขับเคลื่อนเสียหาย ควรปฏิบัติตามคู่มือรถและใช้รถยกประเภทที่เหมาะสม
ค่าใช้จ่ายในการชาร์จระหว่างเดินทาง
ราคาชาร์จสาธารณะอาจคิดตาม
- หน่วยพลังงานเป็นกิโลวัตต์ชั่วโมง
- ระยะเวลา
- กำลังของเครื่องชาร์จ
- ช่วงเวลาการใช้งาน
- ค่าจอด
- ค่าปรับเมื่อชาร์จเสร็จแล้วยังไม่ย้ายรถ
คำว่า Off-Peak ไม่ได้หมายความว่าสถานีสาธารณะทุกแห่งจะมีราคาถูกลงในช่วงเดียวกัน ผู้ให้บริการแต่ละรายกำหนดราคาและเงื่อนไขต่างกัน จึงควรตรวจสอบในแอปก่อนเริ่มชาร์จ
การชาร์จที่บ้านในช่วงอัตราค่าไฟที่เหมาะสมอาจช่วยลดต้นทุน แต่ต้องขึ้นอยู่กับประเภทมิเตอร์และอัตราค่าไฟของผู้ใช้แต่ละราย
มารยาทในการใช้สถานีชาร์จ
- จอดในช่องชาร์จเฉพาะเมื่อกำลังชาร์จ
- ย้ายรถเมื่อชาร์จถึงระดับที่ต้องการ
- ไม่จอดขวางหัวชาร์จอื่น
- เก็บสายและหัวชาร์จกลับเข้าที่
- ไม่ถอดหัวจากรถคันอื่น
- แจ้งผู้ให้บริการเมื่อพบอุปกรณ์ชำรุด
- รักษาความสะอาดของพื้นที่
- ปฏิบัติตามเวลาจองและเงื่อนไขของสถานี
การชาร์จจนถึง 100% ที่สถานีเร็วอาจใช้เวลานานในช่วงท้าย หากมีผู้รอและพลังงานเพียงพอเดินทางต่อแล้ว การย้ายรถจะช่วยให้ผู้ใช้รายอื่นเข้าถึงสถานีได้เร็วขึ้น
Checklist ก่อนเดินทางด้วยรถ EV
ก่อนวันเดินทาง
- วางเส้นทางขาไปและขากลับ
- เลือกสถานีหลักและสถานีสำรอง
- ลงทะเบียนแอปและวิธีชำระเงิน
- ตรวจสอบชนิดหัวชาร์จ
- ตรวจสอบที่พักว่ามีจุดชาร์จหรือไม่
- ตรวจยาง เบรก และระบบปรับอากาศ
- เตรียมหมายเลขช่วยเหลือฉุกเฉิน
ก่อนออกจากบ้าน
- ตรวจระดับแบตเตอรี่
- ตรวจแรงดันลมยาง
- ตรวจสถานะสถานีหลัก
- ตรวจการจราจรและสภาพอากาศ
- เตรียมโทรศัพท์และสายชาร์จ
- ตั้งจุดหมายในระบบนำทางของรถ
ระหว่างเดินทาง
- ติดตามระดับแบตเตอรี่เมื่อถึงสถานี
- ตรวจสถานะสถานีก่อนถึง
- ปรับแผนหากใช้พลังงานเร็วกว่าคาด
- พักตามความเหมาะสม
- ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวางแผนเส้นทางรถ EV
ควรชาร์จรถ EV เต็ม 100% ก่อนเดินทางหรือไม่?
ควรหลีกเลี่ยงการชาร์จเต็มแล้วจอดทิ้งไว้นาน หากคู่มือของรถมีคำแนะนำเป็นอย่างอื่น ควรปฏิบัติตามคู่มือเป็นหลัก
ควรแวะชาร์จเมื่อเหลือกี่เปอร์เซ็นต์?
ผู้ที่เดินทางครั้งแรกหรืออยู่ในพื้นที่ที่มีสถานีน้อย ควรเผื่อพลังงานมากกว่าการขับบนเส้นทางหลักที่มีสถานีหลายแห่ง
ชาร์จถึง 80% แล้วเดินทางต่อดีกว่าหรือไม่?
อย่างไรก็ตาม ระดับที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระยะทางไปยังสถานีถัดไปและเส้นกราฟการชาร์จของรถ
ใช้ Google Maps อย่างเดียวได้หรือไม่?
ควรใช้ระบบนำทางร่วมกับแอปสถานีและข้อมูลจากรถ แทนการพึ่งแหล่งข้อมูลเพียงแหล่งเดียว
สถานีแสดงว่าว่างหมายความว่าใช้ได้แน่นอนหรือไม่?
รถ EV เดินทางขึ้นเขาได้หรือไม่?
สามารถนอนเปิดแอร์ในรถขณะชาร์จได้หรือไม่?
ไม่ควรปล่อยรถหรืออุปกรณ์ทำงานโดยไม่มีผู้ดูแลในลักษณะที่ขัดกับคำแนะนำของผู้ผลิต
สรุป
การวางแผนเส้นทางรถ EV ไม่ได้หมายถึงการหาสถานีชาร์จเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาระยะทางจริง กำลังชาร์จที่รถรองรับ ประเภทหัวชาร์จ สภาพเส้นทาง เวลาเดินทาง และสถานีสำรองร่วมกัน
หัวใจสำคัญคือไม่ใช้ระยะทางสูงสุดของรถจนหมด วางแผนจุดสำรอง ตรวจสอบสถานีก่อนถึง และรวมเวลาชาร์จเข้ากับเวลาพักอย่างเหมาะสม
เมื่อเข้าใจรูปแบบการใช้พลังงานของรถและเตรียมแอปที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า การเดินทางไกลด้วยรถยนต์ไฟฟ้าจะสะดวก คาดการณ์ได้ และลดความกังวลเรื่องแบตเตอรี่ลงอย่างมาก
แหล่งอ้างอิง
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. EleX by EGAT บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า. EGAT EV. https://egatev.egat.co.th/our-services/elexa/
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค. PEA VOLTA บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า. PEA VOLTA. https://peavoltaev.pea.co.th/
- EV Station PluZ. บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ. บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน). https://evstationpluz.pttor.com/
- PlugShare. แผนที่และข้อมูลสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า. PlugShare. https://www.plugshare.com/
- U.S. Department of Energy. Impact of Cold Ambient Temperature on Battery Electric Vehicle Performance. U.S. Department of Energy. https://www.energy.gov/sites/default/files/2024-10/Impact_of_Cold_Ambient_Temperature_on_BEV_Performance_v15_TechEditFinal_12Sep2024__0.pdf
หมายเหตุ: ตำแหน่งสถานี จำนวนหัวชาร์จ ราคา สถานะการใช้งาน และเงื่อนไขการให้บริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลจากแอปของผู้ให้บริการในวันเดินทางทุกครั้ง
ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ
อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า Denza รถยนต์ไฟฟ้าหรูที่ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและสมรรถนะขั้นสุด ติดต่อ Denza BD Ultimate ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาและบริการครบวงจร
- สถานที่
- สาขาสงขลา: 312 หมู่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา 90110
- สาขาภูเก็ต: 99/99 หมู่ 5 ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 83000
- Facebook: Denza BD Ultimate
- Instagram: Denza BD Ultimate
- Youtube: Denza BD Ultimate
- Tiktok: Denza BD Ultimate
- LINE: Denza BD Ultimate
- Website: www.denzabdultimate.com/th/
- ทดลองขับ: คลิกเลย!









