ระบบขนส่งกำลังเปลี่ยนจากยานพาหนะที่ทำงานแยกจากกัน ไปสู่ระบบ Smart Mobility ที่รถ ถนน สัญญาณไฟ ศูนย์ควบคุมจราจร ผู้ใช้ถนน และโครงข่ายพลังงานสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือทำงานร่วมกันได้
เทคโนโลยีสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้คือ V2X หรือ Vehicle-to-Everything ซึ่งช่วยให้รถสามารถรับและส่งข้อมูลกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น รถคันอื่น สัญญาณไฟจราจร ผู้เดินเท้า เครือข่ายโทรคมนาคม และระบบคลาวด์
ตัวอย่างเช่น รถอาจได้รับข้อความเตือนว่ามีรถเบรกฉุกเฉินอยู่ข้างหน้า แม้ผู้ขับยังมองไม่เห็น หรือได้รับข้อมูลว่าไฟจราจรกำลังจะเปลี่ยนสีเพื่อช่วยปรับความเร็วให้เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม คำว่า V2X ยังถูกใช้ในอีกบริบทหนึ่ง คือการเชื่อมต่อรถ EV กับระบบพลังงาน เช่น
- V2G หรือ Vehicle-to-Grid
- V2H หรือ Vehicle-to-Home
- V2B หรือ Vehicle-to-Building
- V2L หรือ Vehicle-to-Load
ระบบกลุ่มหลังไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อส่งข้อความเตือนการจราจร แต่ใช้แบตเตอรี่รถ EV เป็นแหล่งพลังงานสำหรับบ้าน อาคาร อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือโครงข่ายไฟฟ้า
บทความนี้จะอธิบายว่า V2X คืออะไร ทำงานอย่างไร แตกต่างจาก Connected Car และ ADAS ตรงไหน พร้อมแยกประเภท V2V, V2I, V2P, V2N, V2G และ V2H รวมถึงสรุปสถานะการใช้งานจริงในประเทศไทย
ข้อมูลสถานะประเทศไทยตรวจสอบ ณ วันที่ 26 กรกฎาคม 2026 โครงการทดสอบ กฎระเบียบ คลื่นความถี่ และการให้บริการเชิงพาณิชย์อาจเปลี่ยนแปลงได้
หัวข้อ

V2X คืออะไร?
V2X ย่อมาจาก Vehicle-to-Everything หมายถึงระบบที่ทำให้ยานพาหนะสามารถเชื่อมต่อหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับยานพาหนะ ผู้ใช้ถนน โครงสร้างพื้นฐาน เครือข่าย และระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง
ในบริบทของระบบขนส่งอัจฉริยะ V2X มักครอบคลุมการสื่อสารหลัก ได้แก่
- V2V: รถสื่อสารกับรถ
- V2I: รถสื่อสารกับโครงสร้างพื้นฐาน
- V2P: รถสื่อสารกับผู้เดินเท้าหรือผู้ใช้ถนน
- V2N: รถสื่อสารกับเครือข่ายหรือระบบคลาวด์
มาตรฐานของ ETSI และ 3GPP ระบุประเภทบริการ V2X ที่ครอบคลุม V2V, V2I, V2P และ V2N โดย Cellular V2X สามารถสื่อสารได้ทั้งแบบตรงระหว่างอุปกรณ์และผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
V2X ไม่ได้จำกัดเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า รถเครื่องยนต์สันดาป รถบรรทุก รถโดยสาร และยานยนต์อัตโนมัติก็สามารถใช้ระบบ V2X ได้ หากติดตั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบสื่อสารที่รองรับ
V2X ทำงานอย่างไร?
ระบบ V2X ประกอบด้วยอุปกรณ์หลายส่วนทำงานร่วมกัน
Onboard Unit หรือ OBU
OBU เป็นอุปกรณ์สื่อสารที่ติดตั้งอยู่บนรถ ทำหน้าที่รับและส่งข้อมูล เช่น
- ตำแหน่งรถ
- ความเร็ว
- ทิศทางการเคลื่อนที่
- สถานะการเบรก
- ข้อมูลเตือนอันตราย
- ข้อมูลจากระบบของรถ
Roadside Unit หรือ RSU
RSU เป็นอุปกรณ์สื่อสารที่ติดตั้งตามข้างทาง ทางแยก ด่านทางพิเศษ หรือโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ
ตัวอย่างข้อมูลที่ RSU อาจส่งให้รถ ได้แก่
- สถานะสัญญาณไฟ
- ความเร็วจำกัด
- อุบัติเหตุข้างหน้า
- ช่องทางปิด
- สภาพถนน
- งานก่อสร้าง
- การแจ้งเตือนรถฉุกเฉิน
เครือข่ายโทรคมนาคมและระบบคลาวด์
รถสามารถสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์หรือศูนย์ข้อมูลผ่านเครือข่าย 4G หรือ 5G เพื่อรับข้อมูลการจราจร แผนที่ การอัปเดตซอฟต์แวร์ และบริการออนไลน์
ระบบประมวลผลภายในรถ
ข้อมูลที่ได้รับอาจถูกแสดงเป็นคำเตือนให้ผู้ขับ หรือส่งต่อไปยังระบบช่วยขับเพื่อเตรียมการตอบสนอง
อย่างไรก็ตาม V2X ไม่ได้หมายความว่ารถจะควบคุมตัวเองโดยอัตโนมัติเสมอไป บางระบบทำหน้าที่เพียงแจ้งข้อมูล ขณะที่การเบรกหรือเปลี่ยนทิศทางยังขึ้นอยู่กับผู้ขับและความสามารถของรถ
เทคโนโลยีที่ใช้ในระบบ V2X
DSRC หรือ ITS-G5
DSRC เป็นการสื่อสารระยะใกล้ที่พัฒนาจากมาตรฐานในตระกูล Wi-Fi สำหรับยานพาหนะ สามารถสื่อสารตรงระหว่างรถหรือระหว่างรถกับโครงสร้างพื้นฐานได้โดยไม่ต้องส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายมือถือ
ข้อดีคือมีความหน่วงต่ำและสามารถทำงานในพื้นที่ที่สัญญาณเครือข่ายไม่สมบูรณ์
C-V2X
C-V2X หรือ Cellular Vehicle-to-Everything ใช้เทคโนโลยีในระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดย 3GPP เริ่มกำหนดมาตรฐาน C-V2X ใน Release 14 และพัฒนาต่อมาเพื่อรองรับกรณีใช้งานที่ซับซ้อนขึ้น
C-V2X สามารถแบ่งรูปแบบการสื่อสารได้กว้าง ๆ เป็น
- การสื่อสารตรงระหว่างรถและอุปกรณ์ใกล้เคียง
- การสื่อสารผ่านเครือข่ายมือถือกับระบบคลาวด์
5G NR-V2X
NR-V2X เป็นการพัฒนาบนระบบ 5G เพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ต้องการความหน่วงต่ำ ความน่าเชื่อถือสูง และข้อมูลจำนวนมากขึ้น เช่น การขับขี่แบบประสานกันและยานยนต์อัตโนมัติขั้นสูง

ประเภทของ V2X
1. V2V คืออะไร?
V2V ย่อมาจาก Vehicle-to-Vehicle หมายถึงการสื่อสารระหว่างยานพาหนะกับยานพาหนะ
รถสามารถส่งข้อมูลพื้นฐานให้รถคันอื่นที่อยู่ใกล้เคียง เช่น
- ตำแหน่ง
- ความเร็ว
- ทิศทาง
- การเบรกฉุกเฉิน
- การเปลี่ยนช่องทาง
- สถานะรถหยุดนิ่ง
- การเปิดไฟฉุกเฉิน
ตัวอย่างการใช้งาน V2V
แจ้งเตือนรถคันหน้าเบรกฉุกเฉิน
รถด้านหน้าส่งข้อความว่ากำลังเบรกแรง รถคันหลังจึงได้รับคำเตือนก่อนที่จะมองเห็นเหตุการณ์
แจ้งเตือนรถที่อยู่ในจุดอับสายตา
รถที่กำลังเข้าทางแยกอาจแลกเปลี่ยนตำแหน่งกัน แม้มีอาคาร รถบรรทุก หรือสิ่งกีดขวางบดบัง
เตือนการเปลี่ยนช่องทาง
ระบบอาจเตือนเมื่อมีรถอีกคันกำลังเข้ามาในช่องทางเดียวกัน
การขับรถเป็นกลุ่ม
รถบรรทุกสามารถใช้ข้อมูล V2V เพื่อรักษาระยะห่างและความเร็วระหว่างกันในระบบ Platooning
V2V ต่างจากเซนเซอร์บนรถอย่างไร?
กล้อง เรดาร์ และ LiDAR ตรวจจับวัตถุที่อยู่ในระยะของเซนเซอร์ แต่ V2V สามารถส่งข้อมูลจากรถคันอื่นโดยตรง รวมถึงเหตุการณ์ที่อยู่หลังมุมอับหรืออยู่นอกแนวการมองเห็น
V2V จึงควรทำงานเสริมกับเซนเซอร์ ไม่ใช่ใช้แทนเซนเซอร์ทั้งหมด
2. V2I คืออะไร?
V2I ย่อมาจาก Vehicle-to-Infrastructure หมายถึงการสื่อสารระหว่างรถกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม
โครงสร้างพื้นฐานอาจประกอบด้วย
- สัญญาณไฟจราจร
- ป้ายจราจรอัจฉริยะ
- ด่านทางพิเศษ
- ระบบควบคุมทางแยก
- จุดจอดรถ
- ระบบเตือนสภาพถนน
- ศูนย์ควบคุมการจราจร
- Roadside Unit
ตัวอย่างการใช้งาน V2I
แจ้งเวลาที่ไฟจราจรจะเปลี่ยน
รถได้รับข้อมูล Signal Phase and Timing หรือ SPaT ว่าไฟปัจจุบันจะเปลี่ยนในอีกกี่วินาที
ระบบอาจแนะนำให้ผู้ขับ
- ลดความเร็ว
- รักษาความเร็ว
- เตรียมหยุด
- หลีกเลี่ยงการเร่งแล้วเบรกโดยไม่จำเป็น
เตือนอุบัติเหตุและช่องทางปิด
RSU สามารถส่งข้อความเตือนว่ามีอุบัติเหตุ งานก่อสร้าง หรือสิ่งกีดขวางข้างหน้า
ให้สิทธิ์รถฉุกเฉิน
ระบบอาจประสานสัญญาณไฟเพื่อเปิดเส้นทางให้รถพยาบาลหรือรถดับเพลิงผ่านทางแยกได้เร็วขึ้น
การเก็บค่าผ่านทางและจัดการช่องทาง
V2I สามารถสนับสนุนระบบชำระค่าผ่านทาง การจัดการช่องทาง และการแจ้งข้อมูลบนทางพิเศษ
สถานะ V2I ในประเทศไทย
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2025 สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรเข้าร่วมการสาธิตการสื่อสารระหว่างยานยนต์อัตโนมัติกับโครงสร้างพื้นฐานที่วังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง โดยทดสอบการสื่อสารระหว่าง OBU และ RSU ด้วยคลื่น 5.9 GHz ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับยานยนต์ไร้คนขับ
ข้อมูลดังกล่าวแสดงว่าไทยมีการทดสอบ V2I ในสภาพแวดล้อมนำร่องแล้ว แต่ยังไม่ควรสรุปว่าเป็นระบบที่เปิดใช้งานทั่วประเทศกับรถผู้บริโภคทั่วไป
3. V2P คืออะไร?
V2P ย่อมาจาก Vehicle-to-Pedestrian หมายถึงการสื่อสารระหว่างรถกับผู้เดินเท้าหรือผู้ใช้ถนนกลุ่มเปราะบาง
คำว่า Pedestrian ในบริบทนี้อาจครอบคลุม
- ผู้เดินเท้า
- ผู้ใช้จักรยาน
- ผู้ใช้รถจักรยานยนต์
- ผู้ใช้วีลแชร์
- คนทำงานบนถนน
- เด็กหรือผู้สูงอายุบริเวณทางข้าม
ตัวอย่างการใช้งาน V2P
แจ้งเตือนคนข้ามถนน
สมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์ของผู้เดินเท้าอาจส่งตำแหน่งให้รถที่กำลังเข้าใกล้
แจ้งเตือนผู้ใช้จักรยานในจุดอับ
รถอาจได้รับข้อมูลว่ามีจักรยานกำลังเคลื่อนออกจากซอยหรืออยู่หลังรถขนาดใหญ่
แจ้งเตือนทั้งสองฝ่าย
ระบบอาจเตือนทั้งคนขับและผู้เดินเท้าเมื่อประเมินว่ามีความเสี่ยงชนกัน
ข้อจำกัดของ V2P
V2P ไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุได้ทุกกรณี เพราะอาจมีข้อจำกัด เช่น
- ผู้เดินเท้าไม่ได้พกอุปกรณ์
- ปิดสัญญาณ
- แบตเตอรี่โทรศัพท์หมด
- ตำแหน่งจากระบบไม่แม่นยำพอ
- สัญญาณถูกรบกวน
- ระบบของรถและอุปกรณ์ใช้มาตรฐานไม่ตรงกัน
- การตอบสนองเกิดช้าเกินไป
V2P จึงควรใช้ร่วมกับกล้อง เรดาร์ ระบบเบรกฉุกเฉิน และพฤติกรรมการขับที่ปลอดภัย
สถานะ V2P ในประเทศไทย
ณ เดือนกรกฎาคม 2026 ยังไม่พบข้อมูลทางการที่ยืนยันว่ามีระบบ V2P มาตรฐานเดียวกันเปิดใช้งานเชิงพาณิชย์ทั่วประเทศกับรถและสมาร์ตโฟนของประชาชนทั่วไป
สถานะจึงควรจัดอยู่ในกลุ่ม การศึกษา ทดสอบ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มากกว่าการใช้งานทั่วไป
4. V2N คืออะไร?
V2N ย่อมาจาก Vehicle-to-Network หมายถึงการสื่อสารระหว่างรถกับเครือข่ายโทรคมนาคม อินเทอร์เน็ต หรือระบบคลาวด์
V2N เป็นประเภทที่ผู้ใช้รถสมัยใหม่พบได้จริงมากที่สุด แม้ผู้ผลิตอาจเรียกด้วยชื่ออื่น เช่น Connected Services หรือ Connected Car
ตัวอย่างการใช้งาน V2N
- ตรวจสอบตำแหน่งรถผ่านแอป
- เปิดเครื่องปรับอากาศจากระยะไกล
- ตรวจระดับแบตเตอรี่
- ค้นหาสถานีชาร์จ
- รับข้อมูลจราจร
- วางแผนเส้นทาง
- ดาวน์โหลดการอัปเดต OTA
- ตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติจากระยะไกล
- ติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน
- บริหารจัดการรถในฟลีต
V2N ต่างจาก V2V และ V2I อย่างไร?
V2N มักสื่อสารผ่านโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และคลาวด์ จึงเหมาะกับข้อมูลที่ไม่จำเป็นต้องส่งตรงระหว่างรถในระยะใกล้
ส่วน V2V และ V2I สำหรับงานความปลอดภัยบางประเภทอาจต้องการการสื่อสารโดยตรงและความหน่วงต่ำ เพื่อไม่ต้องส่งข้อมูลอ้อมผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ไกล
สถานะ V2N ในประเทศไทย
บริการ Connected Car ผ่านแอป การรับข้อมูลจราจร การควบคุมรถระยะไกล และการอัปเดตซอฟต์แวร์มีให้ใช้งานแล้วในรถหลายรุ่นที่จำหน่ายในไทย
อย่างไรก็ตาม การมีแอปรถหรือระบบ OTA ไม่ได้หมายความว่ารถรองรับ C-V2X แบบ V2V หรือ V2I ด้วย เพราะเป็นคนละความสามารถ
5. V2G คืออะไร?
V2G ย่อมาจาก Vehicle-to-Grid หมายถึงระบบที่ทำให้รถ EV สามารถรับพลังงานจากโครงข่ายไฟฟ้าและส่งพลังงานจากแบตเตอรี่กลับเข้าสู่โครงข่ายได้
ระบบต้องใช้
- รถที่รองรับการจ่ายไฟสองทิศทาง
- เครื่องชาร์จแบบ Bidirectional
- อินเวอร์เตอร์และระบบควบคุม
- ระบบสื่อสารกับผู้ให้บริการไฟฟ้า
- มาตรฐานเชื่อมต่อที่รองรับ
- การอนุญาตและกฎระเบียบ
- ระบบวัดพลังงานและคิดค่าตอบแทน
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานอธิบายว่า V2G ใช้การชาร์จสองทิศทางเพื่อให้รถส่งพลังงานกลับสู่ Grid และช่วยสนับสนุนความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการสูงหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน
ประโยชน์ของ V2G
- ลดภาระระบบไฟในช่วง Peak
- ช่วยรักษาสมดุลระหว่างการผลิตและการใช้ไฟ
- รองรับพลังงานหมุนเวียน
- ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรอง
- สนับสนุน Demand Response
- สร้างรายได้หรือสิทธิประโยชน์ให้เจ้าของรถในอนาคต
- ลดการลงทุนระบบกักเก็บพลังงานบางส่วน
สถานะ V2G ในประเทศไทย
ประเทศไทยมีโครงการนำร่อง V2G แล้ว โดย EGAT และ Mitsubishi Motors Thailand ประกาศทดสอบเทคโนโลยี V2G และ Virtual Power Plant ในปี 2022 เพื่อศึกษาการนำแบตเตอรี่รถ EV มาสนับสนุนระบบไฟฟ้า
เอกสารการนำเสนอของ EGAT ในปี 2025 ยังระบุประเด็นที่ไทยต้องพัฒนาต่อ เช่น มาตรฐานเครื่องชาร์จสองทิศทาง หลักเกณฑ์การติดตั้งในพื้นที่ MEA และ PEA การแลกเปลี่ยนข้อมูล รูปแบบ Demand Response และการกำหนดค่าตอบแทนจากหน่วยงานกำกับดูแล
ดังนั้น สถานะ V2G ในไทย ณ เดือนกรกฎาคม 2026 ควรสรุปว่า มีการศึกษาและโครงการนำร่อง แต่ยังไม่ใช่บริการทั่วไปที่เจ้าของรถทุกคนสามารถขายไฟกลับเข้าระบบได้ทันที
6. V2H คืออะไร?
V2H ย่อมาจาก Vehicle-to-Home หมายถึงการนำพลังงานจากแบตเตอรี่รถ EV มาจ่ายให้ระบบไฟภายในบ้าน
ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่
- สำรองไฟเมื่อไฟดับ
- ใช้ไฟจากรถในช่วงค่าไฟสูง
- เก็บไฟจากโซลาร์เซลล์ไว้ในรถแล้วนำมาใช้ภายหลัง
- ลดกำลังไฟที่บ้านดึงจากระบบในช่วง Peak
- จ่ายไฟให้วงจรสำคัญ เช่น ตู้เย็น ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์สื่อสาร
V2H ต้องใช้อุปกรณ์อะไร?
การจ่ายไฟให้บ้านไม่สามารถทำได้เพียงนำปลั๊กทั่วไปจากรถมาต่อเข้าระบบไฟบ้าน
ระบบ V2H ที่ถูกต้องอาจต้องมี
- รถที่รองรับ Bidirectional Charging
- เครื่องชาร์จสองทิศทาง
- อินเวอร์เตอร์
- Automatic Transfer Switch
- ระบบแยกบ้านออกจาก Grid เมื่อไฟดับ
- ตู้ควบคุมพลังงาน
- ระบบป้องกันไฟย้อน
- การติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ
- การอนุมัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
หากไม่มีระบบแยกวงจรที่ถูกต้อง พลังงานอาจไหลย้อนเข้าสู่สายส่งและสร้างอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานของการไฟฟ้าได้
สถานะ V2H ในประเทศไทย
รถ EV บางรุ่นที่ขายในไทยสามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกผ่าน V2L ได้ แต่ V2L ไม่เท่ากับ V2H
V2H ที่จ่ายเข้าระบบบ้านอย่างเป็นทางการต้องอาศัยเครื่องชาร์จสองทิศทาง อุปกรณ์ตัดแยก และมาตรฐานติดตั้งที่รองรับ
ณ เดือนกรกฎาคม 2026 ยังไม่ควรสรุปว่า V2H เป็นบริการมาตรฐานที่ติดตั้งได้กับรถ EV ทุกรุ่นและบ้านทุกหลังในไทย สถานะยังขึ้นอยู่กับรถ อุปกรณ์ ผู้ติดตั้ง ข้อกำหนดของการไฟฟ้า และโครงการที่รองรับ
7. V2L คืออะไร?
V2L ย่อมาจาก Vehicle-to-Load หมายถึงการนำพลังงานจากแบตเตอรี่รถ EV มาจ่ายให้อุปกรณ์ไฟฟ้าโดยตรง
ตัวอย่างเช่น
- กาต้มน้ำ
- พัดลม
- คอมพิวเตอร์
- อุปกรณ์ตั้งแคมป์
- เครื่องมือช่าง
- ไฟส่องสว่าง
V2L มักใช้หัวแปลงจากช่องชาร์จหรือเต้ารับที่ติดตั้งมากับรถ
V2L ต่างจาก V2H อย่างไร?
| หัวข้อ | V2L | V2H |
|---|---|---|
| จุดประสงค์ | จ่ายไฟให้อุปกรณ์ | จ่ายไฟให้ระบบบ้าน |
| การติดตั้ง | มักใช้อะแดปเตอร์ | ต้องมีระบบเฉพาะ |
| เชื่อมกับตู้ไฟบ้าน | ไม่ควรต่อโดยตรง | เชื่อมผ่านระบบที่ออกแบบไว้ |
| ความซับซ้อน | ต่ำกว่า | สูงกว่า |
| สถานะในไทย | มีในรถหลายรุ่น | ยังจำกัดและต้องตรวจเป็นรายระบบ |
ผู้ใช้ไม่ควรนำ V2L ไปต่อย้อนเข้าปลั๊กบ้าน เพราะอาจทำให้เกิดไฟย้อน ไฟฟ้าลัดวงจร หรืออันตรายต่อผู้ใช้งานและเจ้าหน้าที่
8. V2B คืออะไร?
V2B ย่อมาจาก Vehicle-to-Building มีหลักการคล้าย V2H แต่ใช้กับอาคารขนาดใหญ่ เช่น
- สำนักงาน
- โรงแรม
- โรงงาน
- ศูนย์การค้า
- อาคารจอดรถ
- ศูนย์กระจายสินค้า
รถ EV หลายคันอาจถูกรวมเป็นแหล่งกักเก็บพลังงาน และบริหารผ่านระบบ Energy Management System หรือ Aggregator
V2B อาจช่วย
- ลด Peak Demand
- ใช้พลังงานหมุนเวียนได้มากขึ้น
- สำรองไฟให้ระบบสำคัญ
- ลดค่าไฟของอาคาร
- สนับสนุนระบบ Microgrid
ในประเทศไทย แนวคิดดังกล่าวยังอยู่ในระดับการศึกษาและพัฒนารูปแบบธุรกิจมากกว่าการเปิดให้ใช้ทั่วไป

V2X ด้านการสื่อสารกับ V2X ด้านพลังงานต่างกันอย่างไร?
คำว่า V2X ถูกใช้สองบริบท จึงทำให้เกิดความสับสนได้ง่าย
| กลุ่ม | ตัวอย่าง | สิ่งที่แลกเปลี่ยน | เป้าหมายหลัก |
|---|---|---|---|
| V2X ด้านการสื่อสาร | V2V, V2I, V2P, V2N | ข้อมูล | ความปลอดภัยและการจราจร |
| V2X ด้านพลังงาน | V2G, V2H, V2B, V2L | พลังงานและข้อมูลควบคุม | บริหารไฟฟ้าและพลังงานสำรอง |
V2G และ V2H ยังต้องใช้ระบบสื่อสารเพื่อควบคุมการจ่ายไฟ แต่หัวใจหลักคือการเคลื่อนย้ายพลังงานจากแบตเตอรี่ ไม่ใช่การส่งข้อความเตือนอุบัติเหตุ
V2X ต่างจาก Connected Car อย่างไร?
Connected Car เป็นคำกว้างสำหรับรถที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือบริการออนไลน์ เช่น
- แอปควบคุมรถ
- ข้อมูลจราจร
- ระบบนำทาง
- เพลงออนไลน์
- OTA
- ระบบวิเคราะห์รถ
- บริการฉุกเฉิน
รถ Connected Car จำนวนมากใช้ V2N แต่ไม่จำเป็นต้องรองรับการสื่อสารตรงแบบ V2V หรือ V2I
ดังนั้น รถที่เชื่อมแอปได้ไม่ได้หมายความว่าจะรับคำเตือนจากรถคันอื่นหรือสัญญาณไฟอัจฉริยะได้
V2X ต่างจาก ADAS อย่างไร?
ADAS หรือ Advanced Driver Assistance Systems ใช้เซนเซอร์ที่ติดตั้งบนรถ เช่น
- กล้อง
- เรดาร์
- เซนเซอร์อัลตราโซนิก
- LiDAR
- GPS
เพื่อช่วยตรวจจับสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการขับขี่
ส่วน V2X รับข้อมูลจากรถหรือโครงสร้างพื้นฐานภายนอก
ตัวอย่างเช่น
- เรดาร์ตรวจพบรถที่อยู่ข้างหน้า
- V2V แจ้งว่ารถที่อยู่ไกลกว่านั้นกำลังเบรก
- กล้องอ่านสัญญาณไฟที่มองเห็น
- V2I ส่งเวลาที่สัญญาณไฟจะเปลี่ยน
ADAS และ V2X จึงทำงานเสริมกัน แต่ระบบทั้งสองยังมีข้อจำกัด ผู้ขับต้องควบคุมรถและรับผิดชอบต่อการขับขี่ตามคู่มือของผู้ผลิต
ประโยชน์ของเทคโนโลยี V2X
เพิ่มความปลอดภัยบนถนน
V2X สามารถส่งข้อมูลอันตรายที่เซนเซอร์ของรถอาจยังตรวจไม่พบ เช่น
- รถเบรกฉุกเฉินหลังทางโค้ง
- อุบัติเหตุหลังเนิน
- รถสวนทางในจุดอับ
- คนข้ามถนนหลังรถบรรทุก
- รถฉุกเฉินกำลังเข้าใกล้
เพิ่มประสิทธิภาพการจราจร
ระบบควบคุมเมืองสามารถใช้ข้อมูลจากรถเพื่อ
- ปรับรอบสัญญาณไฟ
- แนะนำความเร็ว
- กระจายการจราจร
- เตือนช่องทางปิด
- บริหารรถสาธารณะ
- ลดเวลารอที่ทางแยก
ลดการใช้พลังงาน
การรักษาความเร็วให้สอดคล้องกับสัญญาณไฟและการหลีกเลี่ยงเส้นทางติดขัดช่วยลดการเร่งและเบรกโดยไม่จำเป็น
สำหรับรถ EV อาจช่วยลดการใช้พลังงานและเพิ่มระยะทาง แต่ผลจริงขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและระบบที่นำมาใช้
สนับสนุนยานยนต์อัตโนมัติ
V2X ช่วยให้รถได้รับข้อมูลที่อยู่นอกขอบเขตของเซนเซอร์ แต่ไม่ใช่ข้อกำหนดเดียวของรถไร้คนขับ
รถอัตโนมัติยังต้องใช้
- เซนเซอร์
- แผนที่
- ระบบระบุตำแหน่ง
- ซอฟต์แวร์ตัดสินใจ
- ระบบสำรอง
- มาตรฐานความปลอดภัย
- กฎหมายและการกำกับดูแล
เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์
V2X และ V2N สามารถช่วย
- ติดตามรถ
- วางแผนเส้นทาง
- ลดเวลารอ
- จัดการฟลีต
- ประสานรถกับคลังสินค้า
- ตรวจสอบพฤติกรรมการขับ
- บริหารการชาร์จรถบรรทุกไฟฟ้า
ข้อจำกัดและความเสี่ยงของ V2X
ต้องมีมาตรฐานที่ทำงานร่วมกันได้
หากรถ อุปกรณ์ถนน และระบบเครือข่ายใช้มาตรฐานต่างกัน ข้อมูลอาจไม่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้
ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐาน
V2I ต้องมี RSU ระบบสัญญาณไฟ ศูนย์ข้อมูล และการบำรุงรักษา การติดตั้งทั่วประเทศจึงต้องใช้งบประมาณและความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน
ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
ข้อมูลที่ส่งระหว่างรถต้องได้รับการยืนยัน ป้องกันการปลอมแปลง และจัดการกุญแจเข้ารหัสอย่างเหมาะสม
ความเสี่ยงที่ต้องป้องกัน ได้แก่
- ข้อความเตือนปลอม
- การปลอมตำแหน่ง
- การติดตามผู้ใช้
- การโจมตีระบบเครือข่าย
- การเข้าถึงรถโดยไม่ได้รับอนุญาต
- การหยุดให้บริการ
การทดสอบ C-V2X ของ ETSI จึงรวมถึงการตรวจสอบการทำงานร่วมกันและคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของระบบ
ความเป็นส่วนตัว
ข้อมูลตำแหน่ง เส้นทาง และพฤติกรรมการขับสามารถเชื่อมโยงกับบุคคลได้ ผู้ให้บริการจึงต้องกำหนดวัตถุประสงค์ ระยะเวลาเก็บ และผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลให้ชัดเจน
ไม่ใช่ระบบที่ป้องกันอุบัติเหตุได้ทั้งหมด
V2X อาจเกิดความล่าช้า สัญญาณขาดหาย ข้อมูลผิดพลาด หรืออุปกรณ์บางคันไม่รองรับ ผู้ขับจึงไม่ควรพึ่งระบบเพียงอย่างเดียว
สถานะการใช้งาน V2X ในประเทศไทย
| เทคโนโลยี | สถานะในไทย ณ กรกฎาคม 2026 | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| V2V | ระดับทดสอบและพัฒนา | โครงการยานยนต์อัตโนมัติและ V2X |
| V2I | มีการสาธิตและพื้นที่นำร่อง | OBU–RSU ที่วังจันทร์วัลเลย์ |
| V2P | ยังไม่ใช่บริการทั่วไป | อยู่ในกรอบการพัฒนา V2X |
| V2N | ใช้งานเชิงพาณิชย์แล้วบางส่วน | แอปรถ, OTA, Telematics |
| V2G | มีโครงการนำร่อง | EGAT และ Mitsubishi |
| V2H | จำกัดเฉพาะระบบที่รองรับ | ยังต้องพัฒนาอุปกรณ์และข้อกำหนด |
| V2L | มีใช้งานในรถหลายรุ่น | จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก |
| V2B | ระดับศึกษาและพัฒนา | Smart Grid, VPP และ Demand Response |
การทดสอบ V2X บนคลื่น 5.9 GHz
การสาธิตของหน่วยงานด้านคมนาคมในเดือนเมษายน 2025 ใช้การสื่อสารระหว่าง OBU และ RSU บนคลื่น 5.9 GHz เพื่อศึกษาการรองรับยานยนต์อัตโนมัติบนโครงสร้างพื้นฐานทางพิเศษ
การพัฒนากรอบคลื่นความถี่
เอกสารการรับฟังความคิดเห็นของ กสทช. มีข้อเสนอให้จัดทำกรอบกำกับระบบ ITS และพิจารณาคลื่น 5850–5925 MHz สำหรับ Connected Vehicle Technology เช่น C-V2X แสดงให้เห็นว่าด้านกฎระเบียบและคลื่นความถี่ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ไทยกำลังพัฒนา
พื้นที่ทดสอบวังจันทร์วัลเลย์
วังจันทร์วัลเลย์ถูกใช้เป็นพื้นที่ทดสอบ Smart Mobility รถอัตโนมัติ และ V2X โดยมีระบบขนส่งไฟฟ้า ที่จอดรถอัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรม
V2G และระบบไฟฟ้า
EGAT มีโครงการนำร่อง V2G และ Virtual Power Plant แล้ว แต่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้างยังต้องพัฒนามาตรฐานเครื่องชาร์จ ระบบวัดไฟ การเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า รูปแบบค่าตอบแทน และกฎระเบียบเพิ่มเติม
ประเทศไทยต้องเตรียมอะไรเพื่อใช้ V2X ในวงกว้าง?
มาตรฐานการสื่อสารกลาง
รถจากต่างค่ายและโครงสร้างพื้นฐานจากหลายหน่วยงานต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างปลอดภัย
การจัดสรรคลื่นความถี่
ต้องกำหนดคลื่น ข้อจำกัดกำลังส่ง การป้องกันการรบกวน และเงื่อนไขการใช้งานอย่างชัดเจน
โครงสร้างพื้นฐานริมทาง
ต้องติดตั้ง RSU เชื่อมสัญญาณไฟ ระบบทางพิเศษ ศูนย์ควบคุม และฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
ต้องมีระบบยืนยันตัวตนอุปกรณ์ ออกใบรับรอง เพิกถอนอุปกรณ์ที่ไม่ปลอดภัย และตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติ
กฎหมายและความรับผิด
ต้องกำหนดว่าเมื่อข้อมูลผิดพลาดหรือระบบไม่ทำงาน ผู้ผลิตรถ ผู้ดูแลถนน ผู้ให้บริการเครือข่าย หรือผู้ขับมีความรับผิดอย่างไร
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การเก็บและใช้ข้อมูลตำแหน่งต้องสอดคล้องกับกฎหมายและมีมาตรการลดการระบุตัวบุคคล
ความพร้อมด้าน V2G
ต้องพัฒนา
- มาตรฐาน Bidirectional Charger
- การรับรองอุปกรณ์
- การติดตั้งในพื้นที่ MEA และ PEA
- Smart Meter
- ระบบคิดค่าตอบแทน
- Aggregator
- Demand Response
- การรับประกันแบตเตอรี่
- ความปลอดภัยของระบบไฟ
V2X จะมาแทนผู้ขับหรือไม่?
V2X ไม่ได้หมายความว่ารถจะกลายเป็นรถไร้คนขับทันที
ในระยะแรก ระบบอาจทำหน้าที่
- แจ้งเตือน
- แนะนำความเร็ว
- ให้ข้อมูลล่วงหน้า
- ช่วยวางแผนเส้นทาง
- สนับสนุน ADAS
การควบคุมรถยังอยู่กับผู้ขับตามข้อกำหนดของรถและกฎหมาย
ในอนาคต V2X อาจช่วยให้ยานยนต์อัตโนมัติทำงานได้ดีขึ้น แต่รถยังต้องสามารถรับมือเมื่อไม่มีสัญญาณหรือข้อมูล V2X
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ V2X
V2X คืออะไร?
V2X คือระบบที่ทำให้รถสามารถสื่อสารหรือเชื่อมต่อกับรถคันอื่น โครงสร้างพื้นฐาน ผู้ใช้ถนน เครือข่าย และระบบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการเดินทาง
V2X ใช้ได้เฉพาะรถ EV หรือไม่?
ไม่ V2X ด้านการสื่อสารสามารถติดตั้งในรถได้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถ EV รถ Hybrid รถน้ำมัน รถบรรทุก หรือรถโดยสาร
V2V กับ V2X ต่างกันอย่างไร?
V2V เป็นหนึ่งในประเภทของ V2X โดยหมายถึงการสื่อสารระหว่างรถกับรถ ส่วน V2X เป็นคำรวมที่ครอบคลุม V2V, V2I, V2P และ V2N
V2X ต้องใช้ 5G หรือไม่?
ไม่จำเป็นทุกกรณี ระบบสามารถใช้ DSRC, LTE C-V2X, 5G NR-V2X หรือการสื่อสารผ่านเครือข่ายรูปแบบอื่นตามมาตรฐานและกรณีใช้งาน
V2X กับ Connected Car เหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกันทั้งหมด Connected Car มักเน้นการเชื่อมรถกับอินเทอร์เน็ตและคลาวด์ ซึ่งใกล้กับ V2N ส่วน V2X ยังครอบคลุมการสื่อสารตรงกับรถ โครงสร้างพื้นฐาน และผู้ใช้ถนน
V2G เป็นระบบสื่อสารหรือระบบจ่ายไฟ?
V2G เป็นระบบพลังงานที่ทำให้รถส่งไฟกลับเข้าสู่ Grid แต่ยังต้องมีการสื่อสารเพื่อควบคุมกำลัง เวลา และการคิดค่าตอบแทน
V2H กับ V2L ต่างกันอย่างไร?
V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าโดยตรง ส่วน V2H เชื่อมรถกับระบบไฟของบ้านผ่านเครื่องชาร์จสองทิศทางและระบบป้องกันที่ออกแบบมาเฉพาะ
รถที่มี V2L สามารถจ่ายไฟเข้าบ้านได้ไหม?
ไม่ควรนำ V2L ต่อย้อนเข้าปลั๊กบ้าน การจ่ายไฟให้ระบบบ้านต้องใช้ V2H ที่มี Transfer Switch ระบบป้องกันไฟย้อน และการติดตั้งที่ถูกต้อง
ประเทศไทยใช้ V2X แล้วหรือยัง?
ไทยมีการใช้งาน V2N ผ่านบริการ Connected Car และมี V2L ในรถหลายรุ่น ส่วน V2V, V2I และ V2G มีการทดสอบหรือโครงการนำร่อง แต่ยังไม่ใช่ระบบทั่วไปที่เปิดใช้งานทั่วประเทศ
V2G สามารถขายไฟคืนการไฟฟ้าได้แล้วหรือไม่?
ณ เดือนกรกฎาคม 2026 ยังไม่ควรสรุปว่าเจ้าของรถทั่วไปสามารถติดตั้งระบบแล้วขายไฟคืนได้ทันที เนื่องจากยังต้องมีหลักเกณฑ์ อุปกรณ์ที่รับรอง ระบบวัดไฟ และรูปแบบค่าตอบแทนที่ชัดเจน

สรุป
V2X หรือ Vehicle-to-Everything เป็นเทคโนโลยีสำคัญของระบบขนส่งอัจฉริยะ ซึ่งช่วยให้รถสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว
ประเภทด้านการสื่อสารประกอบด้วย
- V2V: รถสื่อสารกับรถ
- V2I: รถสื่อสารกับโครงสร้างพื้นฐาน
- V2P: รถสื่อสารกับผู้เดินเท้า
- V2N: รถสื่อสารกับเครือข่ายและคลาวด์
ส่วนประเภทด้านพลังงานประกอบด้วย
- V2G: รถจ่ายไฟกลับเข้าสู่โครงข่าย
- V2H: รถจ่ายไฟให้บ้าน
- V2B: รถจ่ายไฟให้อาคาร
- V2L: รถจ่ายไฟให้อุปกรณ์
สำหรับประเทศไทย V2N และ V2L เป็นรูปแบบที่ผู้ใช้พบได้จริงแล้วในรถบางรุ่น ขณะที่ V2I มีการทดสอบการสื่อสารระหว่างรถและโครงสร้างพื้นฐานบนคลื่น 5.9 GHz และ V2G มีโครงการนำร่องร่วมระหว่างหน่วยงานด้านพลังงานกับผู้ผลิตรถ
อย่างไรก็ตาม V2V, V2I, V2P, V2G และ V2H ยังต้องพัฒนาอีกหลายด้านก่อนใช้งานในวงกว้าง ทั้งมาตรฐาน คลื่นความถี่ โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัยไซเบอร์ กฎหมาย ระบบไฟฟ้า และรูปแบบธุรกิจ
ผู้ซื้อรถจึงไม่ควรพิจารณาจากคำว่า “รองรับ V2X” เพียงอย่างเดียว แต่ควรถามให้ชัดว่ารถรองรับ V2X ประเภทใด ใช้ได้จริงในประเทศไทยหรือไม่ ต้องมีอุปกรณ์เพิ่มเติมหรือไม่ และมีข้อจำกัดด้านซอฟต์แวร์ กฎหมาย หรือการรับประกันอย่างไรงอัจฉริยะในอนาคต และช่วยเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางของโลกให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แหล่งอ้างอิง
- https://www.transportation.gov/v2x
https://www.transportation.gov/briefing-room/usdot-releases-national-deployment-plan-vehicle-everything-v2x-technologies-reduce - https://www.3gpp.org/specifications-technologies/releases/release-14
- https://www.3gpp.org/news-events/3gpp-news/v2x-r14
- https://www.etsi.org/newsroom/news/2046-2022-03-newly-launched-c-v2x-service-demonstrated-at-etsi-plugtests-event/
- https://www.etsi.org/deliver/etsi_ts/122100_122199/122185/14.03.00_60/ts_122185v140300p.pdf
- https://otp.go.th/post/view/10691
- https://www.otp.go.th/post/view/10995
- https://nbtc.go.th/getattachment/Information/ผลการรับฟังความคิดเห็น/66946/เอกสารแนบ.pdf.aspx
- https://www.egat.co.th/home/en/20221021e/
- https://enhrd.dede.go.th/v2g/
- https://www.agora-verkehrswende.org/fileadmin/Veranstaltungen/2025/Thailand_bidirektionales_Laden/Setthasit_Chardgaroon_Possible_Business_for_Bidirectional_Charging__EGAT_20250320.pdf
ข้อมูลโครงการ กฎระเบียบ และสถานะการให้บริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปใช้อ้างอิงด้านการลงทุนหรือการติดตั้งระบบ
ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ
อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า Denza รถยนต์ไฟฟ้าหรูที่ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและสมรรถนะขั้นสุด ติดต่อ Denza BD Ultimate ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาและบริการครบวงจร
- สถานที่
- สาขาสงขลา: 312 หมู่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา 90110
- สาขาภูเก็ต: 99/99 หมู่ 5 ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 83000
- Facebook: Denza BD Ultimate
- Instagram: Denza BD Ultimate
- Youtube: Denza BD Ultimate
- Tiktok: Denza BD Ultimate
- LINE: Denza BD Ultimate
- Website: www.denzabdultimate.com/th/
- ทดลองขับ: คลิกเลย!



